ข่าวสถานการณ์ล่าสุด :
18:08    คสช.-สรุปงาน3เดือนโรดแมปจบใน1ปีลุยแก้ศก.-ทูลเกล้าฯสปช.ไม่เกิน2ตค.            18:08    คสช.-สรุปงาน3เดือนโรดแมปจบใน1ปีลุยแก้ศก.-ทูลเกล้าฯสปช.ไม่เกิน2ตค.            17:56    กสทช.-มติกสท.ให้ช่อง3เลิกเป็นฟรีTVดูทางดิจิตอล,UHFช่อง32เท่านั้น            Twitter-อลงกรณ์พ้ออ่านข่าวนิพิฏฐ์ให้สัมภาษณ์เรื่องพรรคปชป.จะลงโทษไม่ติดใจแต่การพูดคลุมเครือให้เข้าใจได้ว่าตนพูดอย่างทำอย่างนั้นเป็นการป้ายสี:               16:47    ผีบรรลุยืมฟัลเกาหอกโมนาโก1ปีจ่าย12ลป.-ปล่อยชิชาร์ริโตให้ชุดขาวยืม            15:50    ผลสลากงวด1ก.ย.รางวัลที่1คือ856763เลข3ตัว308,912,477,490ท้าย2ตัว22           
สธ.แนะกินเจถูกวิธีอาหารให้ครบ5หมู่
22-09-11 10:46   อ่าน : 1,877

คอลัมน์ : สังคม

                      นายต่อพงษ์  ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การกินเจให้ได้คุณค่าทางโภชนาการนั้น ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีผักหลากสี และไม่มีไขมันมากเกินไป  เมนูอาหารเจที่ดีต้องให้คุณค่าโภชนาการที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งปกติจะมีอยู่ในเนื้อสัตว์ แต่สำหรับเมนูอาหารเจ โปรตีนสามารถหาทดแทนได้จากถั่วเมล็ดแห้ง ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และผลิตภัณฑ์จากถั่ว อาทิ เต้าหู้ขาว เต้าหู้ขาวอ่อน ฟองเต้าหู้ และนมถั่วเหลือง ซึ่งปริมาณถั่วเหลืองต้ม 2 ช้อนกินข้าว เต้าหู้แข็ง ½ แผ่น เต้าหู้ขาวอ่อน 2/3 หลอด และนมถั่วเหลือง 1 แก้ว เทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ 2 ช้อนกินข้าว จากข้อมูลทางโภชนาการพบว่า ถั่วเหลืองมีสาร isoflavone phytoestrogens เป็นสารที่ช่วยป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และการรับประทานถั่วเหลืองเป็นประจำวันละ 25 กรัม สามารถลดโคเลสเตอรอลได้ถึงร้อยละ 12–15

                   นอกจากนี้ ช่วงเทศกาลกินเจยังถือเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่ใจการกินผักและผลไม้เพิ่มขึ้น เนื่องจากผักและผลไม้มีความมหัศจรรย์ 3 ด้าน คือ 1) ผัก ผลไม้อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค   2)  ผักและผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ เพื่อป้องกันโรคมะเร็ง เช่น วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน        และ 3) ผักและผลไม้มีไฟเบอร์ หรือใยอาหาร ที่นอกจากจะช่วยให้การเคลื่อนตัวของลำไส้และขับถ่ายสะดวกแล้ว  ยังช่วยดูดซึมเอาสารก่อมะเร็ง ไขมัน น้ำตาล ที่ติดกับอาหารออกจากร่างกาย แต่ที่สำคัญเมนูเจ ต้องงดการปรุงอาหารด้วยผักฉุน 5 ประเภท ได้แก่ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว(กระเทียมโทนจีน) กุ้ยช่าย และใบยาสูบ

 

                สำหรับวิธีการเลือกซื้อผักสด ต้องเลือก ผักสดสะอาดไม่มีคราบดินหรือคราบขาวของสารพิษกำจัดศัตรูพืช หรือเชื้อราตามใบ ซอกใบ หรือก้านผักไม่มีสีขาวหรือกลิ่นฉุนผิดปกติ อาจเลือกซื้อผักสดอนามัยหรือผักกางมุ้งมาปรุงประกอบอาหาร ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญในการล้างผักสดและผลไม้ด้วยการล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง และคลี่ใบถู หรือล้างด้วยการใช้น้ำก๊อกไหลผ่านผักสดนานอย่างน้อย 2 นาที หรือใช้สารละลายอื่น ๆ ได้แก่ น้ำเกลือ น้ำปูนคลอรีน น้ำส้มสายชู น้ำโซดา(โซเดียมไป-คาร์บอเนต) หรือน้ำยาล้างผักเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค และในการปรุงอาหารทุกครั้ง ผู้ปรุงประกอบอาหารควรล้างมือให้สะอาดหรือใส่ถุงมือก่อนหยิบ จับอาหาร หรือใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหาร

                “การกินเจเพื่อสร้างคุณค่าทางโภชนาการให้กับร่างกายนั้น ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงอาหารเจที่มีรสชาติ หวานจัด มันจัด เค็มจัดและแป้งมากเกินไป เพราะอาหารเจที่วางจำหน่ายโดยทั่วไปส่วนมากจะปรุงด้วยการผัด และทอดที่ใช้น้ำมันมาก จึงกลายเป็นอาหารที่มีไขมันสูง หากกินทุกวัน ๆ วันละ 3 มื้อ ก็จะทำให้ร่างกายสะสมไขมัน น้ำหนักตัวเพิ่ม และกลายเป็นโรคอ้วนในที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดีจึงควรเลือกกินอาหารเจที่ปรุงด้วยการต้ม นึ่ง ย่าง ยำ อบ  รวมทั้งควรบริโภคผัก ผลไม้สดด้วย  และเนื่องจากอาหารเจหลายเมนูจะมีรสเค็มจัด เมื่อกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะนำไปสู่โรคต่าง ๆ ได้” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว 

              ดังนั้น การเลือกซื้ออาหารเจแต่ละครั้งผู้บริโภคต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเนื่องจากจะมีการปรุงอาหารออกมาจำหน่ายในหลากหลายรูปแบบทั้งแบบสำเร็จรูป อาหารคาว หวาน อาหารถุง และอาหารกระป๋องก่อนเลือกซื้อไปบริโภคจึงต้องคำนึงถึงคุณค่า ราคา ความสะอาด ปลอดภัย ตลอดจนภาชนะ บรรจุ และวันหมดอายุ   เพื่อนามัยที่ดีของผู้บริโภค ที่สำคัญควรเลือกร้านอาหารที่ได้รับป้ายสัญลักษณ์อาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) จากกรมอนามัย เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการบริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
            

            ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพที่ดีของตนเอง นอกจากการกินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการเป็นประจำ ซึ่งไม่เฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจแล้วนั้น  ก็ต้องหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที ก็จะทำให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดอุดตัน และโรคหัวใจขาดเลือดอีกด้วย


ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง
โดย    TnewsOnline
อ่าน    1,877
22-09-11 10:46