ไทยเตรียมรับมืออากาศแปรปรวนในรอบ 10 ปี พายุไต้ฝุ่น ฝนรั่ว ส่งผลรุนแรง แจงชัด

เตรียมรับมือ อากาศแปรปรวนในรอบ 10 ปี ไทยเจอไต้ฝุ่น ฝนรั่ว ส่งผลรุนแรง ล่าสุดชี้แจงชัดโดยกรมอุตุนิยมวิทยาร่วมตรวจสอบ

จากกรณีว่อนข่าว ไทยเตรียมรับมืออากาศแปรปรวนในรอบ 10 ปี พายุไต้ฝุ่น ฝนรั่ว ส่งผลรุนแรง ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาตรวจสอบและชี้แจงชัดแล้ว มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

อากาศแปรปรวนในรอบ 10 ปี ไทยเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่น ฝนรั่ว ส่งผลรุนแรง

 

ไทยเตรียมรับมืออากาศแปรปรวนในรอบ 10 ปี พายุไต้ฝุ่น ฝนรั่ว ส่งผลรุนแรง แจงชัด

 

ตามการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอากาศแปรปรวนในรอบ 10 ปี ไทยเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่น ฝนรั่ว ส่งผลรุนแรง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลเตือนภัยโดยระบุว่าอากาศแปรปรวนในรอบ 10 ปี ไทยเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่น ฝนรั่ว ส่งผลรุนแรง ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มีที่มาจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา จากการติดตามพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 28 ม.ค. - 3 ก.พ. 66 ในช่วงวันที่ 28 - 30 ม.ค. 66 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง โดยภาคเหนือมีอุณหภูมิลดลง 2 - 4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส 
 

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ส่วนในช่วงวันที่ 31 ม.ค. - 3 ก.พ. 66 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3 - 5 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้า 

โดยในขณะที่ช่วงวันที่ 2 - 3 ก.พ. 66 มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนบางแห่งเกิดขึ้น สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อมิให้เกิดความสับสน และตื่นตระหนกขึ้นในสังคม หากมีสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพื่อเติมสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th โทรสายด่วน 1182

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มีที่มาจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา จากการติดตามพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 28 ม.ค. - 3 ก.พ. 66 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง โดยภาคเหนือมีอุณหภูมิลดลง 2 - 4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส 

หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 

ไทยเตรียมรับมืออากาศแปรปรวนในรอบ 10 ปี พายุไต้ฝุ่น ฝนรั่ว ส่งผลรุนแรง แจงชัด

 

ขอบคุณ Anti-Fake News Center Thailand

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline