บทเรียนที่คนไทยต้องจำ!!! ศาลฎีกายกฟ้อง เริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าฯธปท.ใช้ทุนสำรองป้องค่าเงินบาท ช่วงวิกฤตศก.ยุคบิ๊กจิ๋วลดค่าเงินปี40

บทเรียนที่คนไทยต้องจำ!!! ศาลฎีกายกฟ้อง "เริงชัย มะระกานนท์" อดีตผู้ว่าฯธปท.ใช้ทุนสำรองป้องค่าเงินบาท ช่วงวิกฤตศก.ยุค"บิ๊กจิ๋ว"ลดค่าเงินปี40

Publish 2016-10-05 20:54:13

    ถือเป็นอีกหนึ่งคดีประวัติศาสตร์ที่ยืดเยื้อมายาวนานถึง 15  ปี แต่สุดท้ายก็มีบทสรุปในสาระสำคัญ  เมื่อศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา   คดีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกองทุนรักษาระดับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้องนายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่า ธปท. เป็นจำเลย   เรื่องละเมิดจากกรณีออกคำสั่งทำธุรกรรมใช้เงินทุนสำรองไปปกป้องค่าเงินบาท (สวอป) เพื่อปกป้องค่าเงินบาท เมื่อมีวิกฤตเศรษฐกิจค่าเงินบาทลอยตัว ปี 2540   อันเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเรียกค่าเสียหาย เป็นเงินจำนวน 186,015,830,720 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

 

     โดยทางด้านนายธนกร แหวกวารี  ซึ่งรับมอบฉันทะจากนายเริงชัย มาฟังคำพิพากษา เนื่องจากคดีทางแพ่งจำเลยไม่ต้องเดินทางมาศาลเองได้   เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้อง โดยเห็นว่าการกระทำของนายเริงชัย ไม่ได้เป็นการกระทำละเมิด และไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายกว่า 1.8 แสนล้านบาท เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจึงถือว่าผลคดีเป็นที่ยุติตามคำพิพากษาศาลฎีกา

         

ขณะที่นายนพดล หลาวทอง ทนายความของนายเริงชัย กล่าวว่า เมื่อผลคดีเป็นที่ยุติแล้วว่านายเริงชัย ไม่ได้กระทำการให้เสียหายตามฟ้อง ก็ถือว่าวันนี้เป็นการล้างมลทินนายเริงชัยที่ต้องต่อสู้คดีมายาวนานถึง 15  ปี  โดยนายเริงชัยไม่เคยถูกกล่าวหาคดีทางอาญาว่าทุจริต เพียงแต่มีการเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง  ซึ่งการสู้คดีได้ยืนยันแล้วว่านายเริงชัย ได้กระทำตามหน้าที่ขณะนั้นอย่างระมัดระวังที่สุดแล้ว



    สำหรับคดีดังกล่าวอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อ 12 ธ.ค. 2544  ระบุว่า ขณะนายเริงชัยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการ ธปท. และกรรมการกองทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในปี 2539-2540 ได้อนุมัติให้นำเงินทุนสำรองทางการ แทรกแซงในตลาดเงินตราเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาททำให้ ธปท.ต้องรับภาระส่งมอบเงินดอลลาร์ จากการทำธุรกรรมขายดอลลาร์ในตลาดเงินตราคิดเป็นเงินบาทถึง 193,812.59 ล้านบาท แต่เนื่องจากการทำธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (สวอป) ในช่วงวันที่ 1 พ.ย.39 - 30 มิ.ย.2540 มีผลกำไร 7,298.771 ล้านบาท หักออกจากความเสียหายทั้งหมดแล้ว  มีจำนวนเงินที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ในส่วนขาดทุน ในการทำธุรกรรมดังกล่าว ให้โจทก์ทั้งสองพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 185,953,740,000 บาทนับแต่วันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 62,090,720 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นทุนทรัพย์ที่ฟ้องเป็นเงิน 186,015,830,720 บาท ขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาพิจารณาพิพากษา พร้อมทั้งให้จำเลยชำระเงินจำนวน 186,015,830,720 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี


     โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2548 ให้นายเริงชัยจำเลยใช้เงิน 185,953,740,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.2541 แก่ ธปท. โจทก์ที่ 1 และยกฟ้องกองทุนฯ โจทก์ที่ 2 เนื่องจากไม่มีหน้าที่ทำธุรกรรมค่าเงินบาท  ซึ่งนายเริงชัย ได้ยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2553  พิพากษากลับให้ยกฟ้องนายเริงชัย เนื่องจากเห็นว่า การกระทำของนายเริงชัยขณะนั้นไม่ได้เป็นการกระทำโดยประมาท แต่เป็นไปตามวิสัยที่เกิดขึ้นขณะนั้นตามความเหมาะสม และการพิจารณาถึงมาตรการใดๆ ก็ได้หารือในคณะ ไมใช่การตัดสินใจด้วยความประมาทเลินเล่อเพียงลำพัง

 

(ข้อมูลประกอบ :     ทั้งนี้ตามข้อมูลเรื่อง การเมืองเรื่องการปล่อยค่าเงินบาทลอยตัวปี 2540  ของสถาบันพระปกเกล้า  ระบุข้อความตอนหนึ่งว่า  “   ปัญหาค่าเงินบาทในปี 2540 ได้กลายเป็นประเด็นปัญหาการเมืองเมื่อมีการนำมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ในการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร 26 กันยายน 2540 เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณอภิปรายและมีการพาดพิมบุคคลในคณะรัฐมนตรี และนายโภคิน พลกุล ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในเวลานั้น ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อนายสุเทพ จนมีการคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5730/2550 ยกฟ้องคดีที่นายโภคิน พลกุล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กับหนังสือพิมพ์อีก 8 ฉบับ เป็นเงิน 2,500 ล้านบาท กรณีที่นายสุเทพอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2540 เรื่องการลดค่าเงินบาท โดยตั้งข้อสงสัยว่านายโภคิน จะนำมติจากที่ประชุมลับเรื่องการลดค่าเงินบาท ไปบอก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้บริษัทของ พ.ต.ท.ทักษิณได้ประโยชน์..”  http://kpi2.kpi.ac.th/wiki/index.php/การเมืองเรื่องการปล่อยค่าเงินบาทลอยตัวปี_2540


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน