ส่อแววคุก!! ศาลเลื่อนอ่านฎีกา กี้ร์ คดีหมิ่น มาร์ค เหตุจำเลยติดคุกอยู่พัทยา

ส่อแววคุก!! ศาลเลื่อนอ่านฎีกา "กี้ร์" คดีหมิ่น "มาร์ค" เหตุจำเลยติดคุกอยู่พัทยา

Publish 2017-03-28 15:56:17

 

วันนี้ ( 28 มี.ค.)  ที่ ศาลอาญา รัชดา  เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาฎีกาคดีดำ อ.4177/2552 ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ต.ค.52 และวันที่ 17 ต.ค.52 จำเลยได้ปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีการถ่ายทอดสดคำปราศรัยผ่านช่องพีเพิลแชนแนล ใส่ร้ายนายอภิสิทธิ์ โจทก์ ทำนองว่า การบริหารงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ กู้ยืมเงินมาเพื่อทุจริตคดโกง มีการหยิบยกเรื่องสถาบันมากล่าวอ้าง และกล่าวหาว่าเป็นผู้หน่วงเหนี่ยวคำร้องฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ทำให้ล่าช้า รวมถึงสั่งทหารฆ่าประชาชน ปล้นอำนาจจากประชาชน และไม่ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในโครงการต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รบความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ขณะที่วันนี้นายอริสมันต์ ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษพัทยา ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้จำคุก 4 ปี กรณีเป็นแกนนำพากลุ่ม นปช.บุกเข้าล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน (อาเซียนซัมมิท) กับประเทศคู่เจรจา ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.52 เพื่อต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาเข้ามาร่วมประชุม



 

ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วจึงมีคำสั่งให้ส่งคำพิพากษาศาลฎีกาไปยังศาลจังหวัดพัทยา เพื่อเบิกตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาฎีกาคดีต่อไป โดยศาลอาญานัดโจทก์มาฟังคำพิพากษาฎีกา วันที่ 21 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ด้าน นายศุชัยวุฒิ ชาวสวนกล้วย ทนายความนายอริสมันต์  เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอาญาได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากขณะนี้ตัวจำเลยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษพัทยา จึงให้ส่งคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้ไปยังศาลจังหวัดพัทยานัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าศาลจังหวัดพัทยาจะนัดอ่านคำพิพากษาโดยเร็ว

สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษายืนให้จำคุกจำเลย 2 กระทงๆ ละ 6 เดือน รวมจำคุก 12 เดือน ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ขณะที่กรณีมีเหตุการณ์กล่าวพาดพิงสถาบัน  จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ และให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์มติชน และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ซึ่งจำเลยได้ยื่นฎีกาสู้คดีและได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกา

 


 

นอกจากนี้ นายศุชัยวุฒิ กล่าวถึงการยื่นฎีกาและขอประกันตัวนายอริสมันต์ กับพวก ในคดีแกนนำในการชุมนุมปิดโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช ว่า  เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย การยื่นฎีกาจะต้องมีผู้พิพากษาที่ร่วมพิจารณาคดีเป็นผู้รับรองฎีกา ซึ่งเราจะต้องเขียนคำร้องขอให้ศาลรับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องยังมีข้อโต้แย้งยังไม่เป็นที่ยุติ นำเสนอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในคดีได้เห็นว่ายังมีปัญหาข้อสำคัญในคดี และให้เซ็นรับรองฎีกา และถ้ามีผู้พิพากษาเซ็นรับรอง ฎีกาแล้ว คดีของนายอริสมันต์ และพวก ก็จะได้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย หลังจากนั้นถึงจะมีการยื่นคำร้องเพื่อขอปล่อยชั่วคราวต่อไป

"คดีนี้เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เนื่องจากศาลชั้นต้นจำคุก 4 ปี และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ซึ่งตามกฎหมายเมื่อมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หากจำเลยประสงค์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลที่นั่งพิจารณาคดีนี้จะต้องรับรองฎีกา ถือเป็นหลักทั่วไปทุกคดีไม่จำเป็นต้องคดีการเมือง โดยหลังจากนี้เราจะทำคำร้องยื่นต่อองค์คณะที่พิจารณาคดีนี้ทุกคน ซึ่งขณะนี้ทางทีมทนายความกำลังพิจารณาร่างคำร้องอยู่ เนื่องจากพึ่งได้รับคำพิพากษาฉบับเต็มมาศึกษา" นายศุชัยวุฒิ กล่าว


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน