เปิดปูมคดีฉาวก้องโลก ฎีกายืนจำคุก จุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าฯททท. พร้อมลูกสาว

เปิดปูมคดีฉาวก้องโลก ฎีกายืนจำคุก จุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าฯททท. พร้อมลูกสาว

Publish 2020-11-16 15:11:45


สืบเนื่องจากคดีเมื่อปี 2552 เมื่อคำตัดสินของคณะลูกขุน นครลอสแอลเจลิส ที่ตัดสินว่า นายเจอรัลด์ กรีน และนางแพทริ เซีย กรีนส์ สองสามีภรรยา เจ้าของบริษัทผลิตภาพยนตร์ในฮอลลีวูด ของสหรัฐฯ มีความผิดข้อหาติดสินบน นางจุฑามาศ ศิริวรรณ โดยจ่ายเงินให้นางจุฑามาศไปทั้งหมด 1.8 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 60 ล้านบาท เพื่อให้ ททท. คัดเลือกเป็นผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ หรือ Bangkok International Film Festival ( BIBF ) ปี 2546 – 2550



เพราะมันคือ ใบเสร็จ ที่ยืนยันว่า อดีตผู้ว่า ท.ท.ท.รับเงินใต้โต๊ะ แล้วถูกฝรั่งจับได้คาหนังคาเขา ซึ่งอัยการสหรัฐฯ ระบุว่า สินบนบางส่วน จ่ายเป็นเงินสด ประมาณ 10-20 % ที่เหลือโอนเข้าบัญชีลูกสาวและเพื่อนของนางจุฑามาศ แล้วชดเชย ด้วยการโก่งราคาค่าจัดงาน ทั้งนี้เงิน 60 ล้านบาท ที่นางจุฑามาศ โกงไป จึงเป็นเงินหลวง เป็นภาษีของประชาชน ที่ถูกนางจุฑามาศยักยอกไป

กระทั่งต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาจำคุก จุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่า ททท. และลูกสาว'นางสาวจิตติโสภา ศิริวรรณ ในคดีสินบนข้ามชาติบางกอกฟิล์ม เฟสติวัล โดยพิพากษาจำคุกคนละ 11 กระทงโดยจำคุกนางจุฑามาศ กระทงละ 6 ปี รวม 66 ปี แต่ตามกฎหมายจำคุกสูงสุดได้ 50 ปี , น.ส.จิตติโสภา บุตรสาว กระทงละ 4 ปี รวม 44 ปี และสั่งริบเงินที่ผิดจำนวน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ และดอกผลซึ่งศาลกำหนดทรัพย์สินเป็นเงิน 62 ล้านบาทเศษ

 

อ่านข่าว - ยุคนี้ขี้โกงนอนคุก!ศาลคดีทุจริตฯไม่อนุญาตประกันตัว"จุฑามาศ ศิริวรรณ"อดีตผู้ว่าททท.กับลูกสาวโดนจำคุกรวมกว่า100ปีคดีรับสินบนงานบางกอกฟิล์ม!?!

 

ล่าสุดวันนี้ ( 16 พฤศจิกายน 2563 ) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อท.(ผ) 46/59 ที่อัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 73 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 46 ปี บุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2 จากกรณีรับเงินตอบแทน สามี-ภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002 - 2007 (หรือปี พ.ศ.2545 2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2558
 

 

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 60 เห็นว่า การจัดจ้างโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ มีการกำหนดเงื่อนไขโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษ ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2538 โดยเฉพาะโครงการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2546 ไม่เป็นการจ้างบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ที่เคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถผลงานมาแล้ว โดยนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 คบคิดกับนายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน นักธุรกิจในสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ ททท. และยังเรียกรับเงินสินบนจากนายเจอรัลด์ โดยโอนเงินไปยัง น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 กับเพื่อน 59 รายการเป็นเงิน 1,822,294 เหรียญสหรัฐ



พฤติการณ์ของนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 ,12 ให้จำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 รวม 11 กระทงๆ ละ 6 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 11 กระทงเช่นกัน กระทงละ 4 ปีโดยจำคุกทั้งสิ้น 44 ปี ขณะที่ศาลมีคำสั่งให้ริบเงินกระทำผิด 1,822,494 เหรียญสหรัฐ และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินนั้นเป็นทรัพย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารต่างประเทศ ศาลจึงได้กำหนดมูลค่าทรัพย์ที่สั่งริบนั้น เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 62,724,776 บาท


ศาลอุทธรณ์แผนกคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาและพิเคราะห์พยานหลักฐานอื่นตามหลักการพิจารณาคดีอาญาแล้ว จึงเห็นควรพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 10 กระทง (จากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 11 กระทง) กระทง ละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 40 ปี ส่วนนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 คงจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทงๆ ละ 6 ปี จำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี


อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์ฯ ยังมีคำพิพากษาให้ยกคำสั่งริบทรัพย์ของศาลชั้นต้นที่ให้ริบเงินที่เป็นการกระทำผิดซึ่งเป็นเงินในบัญชีต่างประเทศกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเกินคำขอ เพราะคดีนี้อัยการโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ริบของกลางหรือเงินใดๆ ไว้ท้ายฟ้อง ขณะที่วันนี้ศาลฎีกา มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์


นอกเหนือจากคดีอาญา ที่มีบทลงโทษว่าด้วยการจำคุกผู้กระทำผิด ก่อนหน้านั้น นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ในขณะนั้น กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า “คดีนี้จะใช้เป็นตัวอย่างในเรื่องการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศในการติดตามทรัพย์สินคืน ส่วนแนวทางการพิจารณาของศาล และความร่วมมือกับต่างประเทศจะรวดเร็วขึ้นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับประเทศต้นทาง สำหรับสหรัฐฯมั่นใจว่าไม่มีปัญหา คดีนี้ประสานกับสหรัฐฯได้ ในความร่วมมือต่อ ๆ ไป จะดำเนินการตามแนวทางความร่วมมือนี้กับทุกประเทศ”


ทั้งนี้จากการประสานข้อมูลกับประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งพบว่านางจุฑามาศมีทรัพย์สินเป็นเงินฝากในต่างประเทศ 6 ประเทศ คือ ประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ สิงคโปร์ เกาะเจอร์ซีย์ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีบุตรสาวเป็นผู้ถือครองแทน รวมทรัพย์สินประมาณ 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 65 ล้านบาท


สำหรับเส้นทางการเงินที่ ป.ป.ช. ร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตรวจสอบพบนั้น เริ่มต้นจากประเทศไทย โอนเงินไปที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ก่อนที่จะมีการโอนต่อไปอีก 3 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ ไอร์แลนด์ และเกาะเจอร์ซีย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะเดียวกันได้กระจายเงินออกไปอีก 2 ส่วน คือเงินจากสิงคโปร์ ไปที่สวิตเซอร์แลนด์ และเงินจากอังกฤษไปที่ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย"

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน