ต้อม รชนีกร ปล่อยโฮ เกินรับไหวโดนวิจารณ์หน้าใหม่หลังทำศัลยกรรม

ต้อม รชนีกร ปล่อยโฮ เกินรับไหวโดนวิจารณ์หน้าใหม่หลังทำศัลยกรรม ยอมรับจิตตก - ใช้ชีวิตยาก จนไม่กล้าออกจากบ้าน

ต้อม รชนีกร ปล่อยโฮ เกินรับไหวโดนวิจารณ์หน้าใหม่หลังทำศัลยกรรม : เป็นอย่างที่รู้กันว่าการทำศัลกรรมต้องใช้เวลาให้หน้าเข้าที่ จากนั้นจึงจะได้เห็นความสวยที่แท้จริง แต่กรณีของ ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี นักแสดงรุ่นใหญ่ที่ตัดสินใจยกเครื่องหน้าชุดใหญ่ในวัย 52 ปี กลับมีภาพหลุดออกมาก่อนหน้าเข้าที่ดี ซึ่งเธอโดนวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา หลังจากที่หลายคนได้เห็นหน้าใหม่ที่ยังไม่เข้าที่ของเธอ 

 

ต้อม รชนีกร ปล่อยโฮ เกินรับไหวโดนวิจารณ์หน้าใหม่หลังทำศัลยกรรม

 

 

ล่าสุด ต้อม รชนีกร ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาในรายการ คุยแซ่บshow ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และซินแสเป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ซึ่ง ต้อม รชนีกร ยอมรับเลยว่า ทั้งจิตตก ทั้งใช้ชีวิตยาก จนไม่กล้าออกจากบ้าน พร้อมทั้งบอกถึงสาเหตุที่ภาพของเธอตอนที่กำลังทำศัลกรรมหลุดว่อนไปทั่วโลกออนไลน์ 

 


โดย ต้อม รชนีกร บอกเธอการทำศัลกรรมครั้งนี้เธอทำเพียงแค่ ตัดกราม แล้วก็ดึงหน้า ถือว่าเป็นผ่าตัดใหญ่ ซึ่งทุกคนที่ทำศัลยกรรมทุกคนหวังหมด และเราต้องสะกดจิตตัวเองว่ามันต้องสวยนะ ถามว่าเรามั่นใจในฝีมือคุณหมอไหม เรามั่นใจนะคะ ก่อนที่จะตัดสินใจทำ เรารู้อยู่แล้วคุณหมอต้องเก่ง แต่ทุกอย่างมันต้องรอเวลา

ต้อม รชนีกร ปล่อยโฮ เกินรับไหวโดนวิจารณ์หน้าใหม่หลังทำศัลยกรรม


"เอาจริง ๆ ถ่ายคลิป ถ้าถ่ายไว้เผื่อเอาไว้ดูกันในโรงพยาบาล มันเป็นปกติอยู่แล้วที่เขาจะต้องเอาไว้ดู เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมีภาพหลุด ตัวพี่เองไม่รู้เลย จนกระทั่งนอนได้สัก 4 วันแล้วมีเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่พี่เป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่โทร. มา เราก็รับเขาพูดว่า เจ๊เนี่ยหนูเห็นคลิปแล้วนะ เราก็ตกใจ คลิปอะไร เราไม่รู้เรื่อง ผู้จัดการก็ไม่บอก แฟนก็ไม่บอก โทรศัพท์เราก็ไม่ได้รับใดๆ อยู่แล้ว 

 


จนกระทั่งน้องคนนี้โทร. เข้ามา มันจะมีปัญหาไหมเจ๊กับผลิตภัณฑ์ที่เราจะนู่นนี่นั่น ทำไมเขาจะต้องแต่งหน้าขนาดนั้นด้วย หนูไม่เข้าใจเลย คือเจ๊ไม่มีฝ้า ไม่มีกระใด ๆ เลย แล้วอย่างนี้มันจะกระทบกับครีมของน้องไหม เราก็เอาแล้วมันเกิดอะไรขึ้น เราก็บอกโอเค ขอเจ๊ดูก่อนนะ เดี๋ยวเจ๊จะบอกให้ พอวางสายเสร็จ คุยกับผู้จัดการว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาบอกมันมีคลิปออกไปตั้งนานแล้ว"

 

ต้อม รชนีกร ปล่อยโฮ เกินรับไหวโดนวิจารณ์หน้าใหม่หลังทำศัลยกรรม

ทั้งนี้ พี่ต้อม ยังบอกอีกว่า หลังจากรู้ให้เขาเอามาให้ดู แต่เราแหกตาดูได้แค่นี้ เพราะตามันปิดหมดเลย เป็นคลิปที่ทุกคนอาจจะเห็นแล้ว ที่แบบนอนหลับตาอยู่แล้วหน้าตึงๆ เจ๊เห็นแค่คลิปนั้นจริงๆ เลยบอกว่าในเมื่อมันหลุดไปแล้ว มันก็ทำอะไรไม่ได้ เราก็เลยช่างมันเถอะ คงไม่มีอะไร แต่ที่ผู้จัดการเล่าให้ฟัง เขาได้มีการคุยกับทางโรงพยาบาลว่า ถ้าหลังจากนี้ไป ถ้าจะมีคลิปอะไรใดๆ ออกไป ขอดูก่อนนะ 

 

 


ไม่ว่าจะเป็นตัวพี่ต้อมเองหรือผู้จัดการ เขาก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน จริง ๆ ผู้จัดการไม่ได้รู้ก่อนนะคะว่ามีอะไรด้วยซ้ำ แฟนคลับเจ๊เป็นคนส่งไปให้เขาดูว่าอันนี้ใช่พี่ต้อมหรือเปล่า แล้วทำไมถึงปล่อยให้มีภาพนี้หลุดออกไปได้ยังไง เขาถึงได้มานั่งรื้อดูว่ามันมีแบบนี้ด้วยเหรอ ก็เลยโทร. มาทางโรงพยาบาลว่าขออนุญาตได้ไหมว่าเอาออก หรือไม่ก็ซ่อน 

 

 


ทางโรงพยาบาลก็บอกว่าจะซ่อนให้ เขาเล่าให้เราฟังแค่นี้นะ เราก็คิดว่ามันคงจบแล้ว ภาพที่หลุดไปแล้วก็หลุดไป แต่สุดท้ายหลังจากนั้น 2 อาทิตย์ เรามีการถอดแม็กซ์บนหัว ถอดแม็กซ์ไปแล้ว ถ่ายคลิปไปแล้ว ก็ยังมีขอถ่ายคลิปอยู่ คือมีการคุยไปเรียบร้อยแล้วนะที่โรงพยาบาลว่าหลังจากนี้ถ้ามีอะไร เราขอดูคลิป ขอดูรูปก่อนนะ แต่ก็ยังไม่ได้คิดอะไร ในเมื่อเขาขอถ่ายตรงนี้เราก็ให้ถ่าย คิดว่ามันน่าจะไปลงเอยตอนที่เราหน้าสวยแล้ว 

 

ต้อม รชนีกร ปล่อยโฮ เกินรับไหวโดนวิจารณ์หน้าใหม่หลังทำศัลยกรรม


แล้วเอาอันนี้มาโปรโมทใช้พร้อมๆ กัน แต่ไม่ ลงระยะเวลานั้นพอดี ซึ่งไม่ได้เป็นตามข้อตกลงที่คุยกันไว้ว่า ขอดูก่อนนะ แต่พอหลังจากนั้นอีก มีชอตเด็ดอีก ผู้จัดการกับแฟนเอามาให้ดูว่ามันมีภาพที่เพิ่งออกจากห้องผ่าตัด น่าจะยังอยู่ในห้องไอซียู ที่มันมีเครื่องช่วยต่าง ๆ ซึ่งอันนั้นช็อกมาก เรามีความรู้สึกแบบ คือไม่ได้ว่าเขานะคะ เราเข้าใจแหละโรงพยาบาลเขาอยากทำข่าว ทำกระแส หรืออะไรใดๆ แต่มันมากระทบที่เราแล้ว
 

 

 

ตอนแรกเราไปเดินห้าง เอาลูกไปกินข้าว เราใส่หมวก ใส่แว่น ซึ่งเราคิดว่าคนไม่ได้สนใจ คงไม่จำหรอก เพราะว่าเราคิดว่าเรามีแค่ภาพนั้น แค่นอน แต่ปรากฏว่าพอกินข้าวกับลูกเสร็จ เสร็จทุกอย่างหมดแล้ว เดินขึ้นบันไดเลื่อน ก็มีซุ้มขายของ เรายังพูดกับลูกเลย เขาจำแม่ไม่ได้หรอกลูก หน้าบวมขนาดนี้เขาต้องจำแม่ไม่ได้แน่นอน 

 

 


พอเดินอ้อมบันไดเลื่อนกำลังจะขึ้น หันไปมอง พนักงานขายจากที่อยู่คนละซุ้ม หัวติดกัน เราแบบ..เรียบร้อยแล้ว มันคือการใช้ชีวิตลำบากสำหรับเรามาก ที่เขาเอาภาพพวกนี้ไปออกก่อนที่เราจะสวย ถ้ามันสวยแล้วเอาภาพพวกนี้มาประกบ เราจะไม่ใช้ชีวิตลำบากเลย ตอนนี้เราจะไปไหน คือเป็นจุดที่คนพร้อมจะมองแล้วแบบบูลลี่ตลอดเวลา

 

 


"มันตกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนดารา ทุกคนจะบอกว่าทำไมเธอไปออกอย่างนี้ ฉันไม่ได้เป็นคนออก ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำ คือภาพที่นอนเป็นผัก นั่นคือเป็นอะไรที่เราช็อกมากนะว่าแบบมันออกไปได้ยังไง คือมันเหมือนศพ เราเข้าใจแล้วว่าทำไม fc เราถึงได้โทร. มาปรี๊ดกับทางผู้จัดการ ซึ่งจุดนี้คือพูดนะคะ ไม่ใช่ไม่พูด 

ต้อม รชนีกร ปล่อยโฮ เกินรับไหวโดนวิจารณ์หน้าใหม่หลังทำศัลยกรรม

 


ว่าแบบขอตอนที่เราสวยเลยได้ไหม เพราะว่าเราก็มี fc เราอยู่ แล้วบอกเลยว่า fc เราทุกคนอยากเห็น ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพอะไรก็แล้วแต่ เขาอยากเห็นเราสวย เพราะเราอยู่ในใจเขาที่เป็นแบบนั้น แต่พอเขามาเห็นสภาพเราเป็นแบบนี้ ทุกคนจะบอกว่า จะหน้าเหมือนเดิมไหม หน้าเก่าก็ดีอยู่แล้ว ทำไมไปทำ คือมาแบบกระหน่ำมาก"

 

 


ทั้งนี้เธอยังบอกอีกว่า เวลาจะออกนอกบ้านคือ กังวลใจมาก ซึ่งไม่ใช่แค่ออกนอกบ้าน กังวลใจไปถึงงานใดๆ ที่ ณ ตอนนี้มันกระทบ เพราะงานที่เธอคุยกันไว้ ติดต่อกันไว้ ง่ายๆ เลย มันจะมีงานพรีเซ็นเตอร์ที่คุยไว้ก่อนก็มี เดี๋ยวอะไรใดๆ เสร็จแล้วเรามาเซ็น ก็หาย บายบ๊ายไปเลย 2 งาน ซึ่งแบบตรงนี้ใครรับผิดชอบ มันไม่ใช่น้อยๆ แต่ก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องใคร ถึงได้บอกว่ามันค่อนข้างจะกระทบพอสมควร

 

 


สิ่งที่ทำให้เธอต้องออกมาสู้กับเรื่องนี้ พี่ต้อม บอกว่า "มันหลายกระแส เยอะมาก เข้าใจทางโรงพยาบาลต้องการออกมาช่วยแก้ข่าว ต้องการออกมาช่วย แต่ยิ่งแก้มันก็เหมือนยิ่งไปกันใหญ่ รู้ไหมว่าการที่เขาใช้ชีวิต เขาใช้ชีวิตของเขาลำบากมากเลยนะในแต่ละวัน เขาจะออกไปไหน เขาต้องติดเทป ไม่ใช่ค่ะ ตรงนี้ขอปฏิเสธก่อนเลย ที่บอกว่าติดเทป เรารู้กันอยู่ เราเป็นดารา นางแบบ การติดเทป 

 

ต้อม รชนีกร ปล่อยโฮ เกินรับไหวโดนวิจารณ์หน้าใหม่หลังทำศัลยกรรม


บางทีเราถ่ายแบบเรายังต้องติดเทปพยุงหน้าอก ติดเทปดึงตา ดึงคาง ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ แต่ถามหน่อยเราสามารถดึงเทปได้ทั้งวันไหม ชั่วโมงนึงเราก็เจ็บแล้ว จะบอกว่าบางทียิ่งแก้ข่าว มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ ณ ตอนนี้มีความรู้สึกว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มันก็ต้องออกมาพูดบ้าง ไม่งั้นมันจะแบบใช่ ไม่ใช่ อยู่อย่างนี้ เจ๊ไม่ได้ว่าอะไรเกี่ยวกับโรงพยาบาล เข้าใจตรงนี้เขาต้องทำอยู่แล้ว แล้วอยู่ในสัญญากับเขาที่เราจะต้องทำ ต้องเป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่แบบมันกลายเป็นด้วยระยะเวลาที่มันออกมาที่มันไม่พอดีเวลากัน มันเลยทำให้ชีวิตของเรามันแย่ไปในช่วงเดือนนึง บอกเลยว่ามันจิตตก"

 

 

"ต้อมเข้าใจทุกคน มันก็นานาจิตตัง แต่ก็อยากให้เข้าใจเราด้วย เราก็ไม่อยากเป็นแบบนี้หรอก ไม่อยากให้ใครพูดถึงเราแบบนี้หรอก แล้วเราก็ไม่อยากให้ใครเห็นภาพเราเป็นผักแบบนั้นเหมือนกัน แม้แต่ตัวเราเองเราก็ไม่อยากเห็น ก็ต้องขอโทษทุกคนที่อาจจะเห็นภาพอะไรที่ตัวเองอาจจะไม่ปลื้ม แต่ก็ขอบคุณทุกๆ คนเหมือนกันที่ให้กำลังใจ" 
 

 


อย่างไรก็ตาม ต้อม รชนีกร ยังบอกอีกว่า เธอได้บทเรียน ถือว่าเยอะเลย อย่างที่เราคิดว่าเราทำสัญญา เขียนสัญญามันก็เหมือนกับทุกๆ คน ทุกๆ ที่ เหมือนกับดาราหลายๆ คนที่ทำ คือเราจะต้องสวยก่อน แล้วถึงออกมาให้คนเห็น แล้วภาพจริงๆ ที่มันออกไป อยู่ห้องไอซียู ห้องผ่าตัด จริงๆ มันก็เอาออกไม่ได้อยู่แล้ว เพราะนั่นมันคือการผิดกฎหมาย เราไปเจอตรงนั้น เราก็ช็อกเหมือนกัน โอเคหลังจากนี้ไปเราต้องทำทุกอย่างให้มันชัดเจน เพราะเราไม่รู้หรอกสังคมยุคนี้ทุกอย่างมันเร็วไปหมด มันออกตามสื่อไปหมด ก็ถือว่าเป็นบทเรียน