หน้าซีดเป็นไก่ต้ม!กฤษฎีกา แจง เรียกค่าเสียหายบุญทรงได้แม้ศาลฎีกาฯยังไม่ตัดสิน(รายละเอียด)

หน้าซีดเป็นไก่ต้ม!กฤษฎีกา แจง เรียกค่าเสียหาย"บุญทรง"ได้แม้ศาลฎีกาฯยังไม่ตัดสิน(รายละเอียด)

Publish 2016-09-20 16:06:50

วันที่ 20 ก.ย.59 นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 ที่มีการตัดเนื้อหาอายุความในข้อ 18 จากฉบับเดิมออก ว่า ระเบียบไม่สามารถกำหนดอายุความได้ แต่การกำหนดอายุความต้องกำหนดโดย พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เพราะมีผลต่อการจำกัดสิทธิบุคคลในการใช้สิทธิต่างๆ ส่วนระเบียบฉบับเดิม ที่เป็นการเอาข้อความในพ.ร.บ.เขียนลอกลงในระเบียบ เมื่อซ้ำกันจึงมีการตัดออก ดังนั้น เมื่อมีการตัดออกไปเรื่องอายุความไม่ได้หายไปไหน แต่ยังมีอยู่ในมาตรา 10 วรรคสอง ของพ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ให้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนนั้นมีอายุความหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่หน่วยงานรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง เรื่องนี้จึงไม่มีอะไรพิสดาร ส่วนที่มีการตัดข้อ 19 จากระเบียบฉบับเดิมออกนั้น เพราะปัจจุบันมีการใช้ตามกฎหมายป.วิ ปกครองอยู่แล้ว



ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมีการเรียกค่าเสียหายกรณีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะตัดสิน นายดิสทัต กล่าวว่า เรื่องการเรียกค่าเสียหายกับการดำเนินคดีอาญาในศาลฎีกาฯ เป็นการดำเนินการคนละส่วนกัน โดยการเรียกค่าเสียหายเป็นการดำเนินการตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ ในอดีตเคยมีลักษณะแบบนั้น ส่วนทางผู้ที่ถูกเรียกค่าเสียหายจะต่อสู้อย่างไรถือเป็นสิทธิ

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์