กรณีที่ “ศาลฎีกา” พิพากษายกฟ้องคดียึดทรัพย์ นายเริงชัย มะระกานนท์ มีแรง สะเทือนมากด้วย “ความอ่อนไหว”

กรณีที่ “ศาลฎีกา” พิพากษายกฟ้องคดียึดทรัพย์ นายเริงชัย มะระกานนท์ มีแรง สะเทือนมากด้วย “ความอ่อนไหว”

Publish 2016-10-08 13:03:02

กรณีที่ “ศาลฎีกา” พิพากษายกฟ้องคดียึดทรัพย์ นายเริงชัย มะระกานนท์
มี “แรง” สะเทือน

มากด้วย “ความอ่อนไหว” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อคำสั่งทางปกครองที่กำลังฮึ่มฮั่มกันอยู่ในขณะนี้
สัมผัสได้จาก ปัจจัยอะไร

1 สัมผัสได้จากภาวะอย่างที่เรียกว่า “งัน” และ “ชะงัก” ในกรณีการลงนามของกระทรวงการคลัง
ดำเนินไปเหมือนกับที่เคยเกิดในกระทรวงพาณิชย์

ขณะเดียวกัน 1 สัมผัสได้จาก “อาการ” อันปรากฏจาก นายวิษณุ เครืองาม
ยิ่งแถลง “ถี่ยิบ” เพียงใด ยิ่งต้อง “จับตา” เพียงนั้น

หากภาวะ “งัน” และ “ชะงัก” คลายตัวภายในกระทรวงการคลัง นั่นหมายความว่าสถานการณ์เริ่ม “มั่นใจ”
มั่นใจว่าจะ “เดินหน้า” ต่อไป


ปัจจัยอะไรทำให้กรณีของ นายเริงชัย มะระกานนท์ มากด้วยแรงสะเทือน
ปัจจัย 1 คือ “กรอบ” การ “ปฏิบัติ”

ต้องยอมรับว่า นายเริงชัย มะระกานนท์ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้
ในฐานะ “ผู้ว่าการ” ธนาคารแห่งประเทศไทย

ปัจจัย 1 แม้ว่าในที่สุดแล้ว นายเริงชัย มะระกานนท์ จะต้องรับผิดชอบ แต่ก็เป็นความรับผิดชอบซึ่งมิได้ดำเนินไปในแบบว่า “ข้ามาคนเดียว”
หากแต่ดำเนินไปในรูปของความรับผิดชอบ “ร่วม”

มีคณะทำงาน มีการหารือกันผ่านกระบวนการประชุมที่แน่นอนและเด่นชัด

ในที่สุด “ศาลฎีกา” ก็ยกฟ้องให้ “พ้นผิด”

ความเป็นจริงที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ บทบาทของ นายนพดล หลาวทอง ในฐานะ “ทนายความ”
ตั้งแต่ “ศาลชั้นต้น” ยัน “ศาลฎีกา”

รายละเอียดการพิจารณาคดี รายละเอียดการต่อสู้คดี ทุกขั้นตอน ล้วนอยู่ในความรับรู้ของ นายนพดล หลาวทอง ครบถ้วน บริบูรณ์
ถามว่า วันนี้ นายนพดล หลาวทอง เป็นทนายความของใคร
คำตอบเด่นชัดอย่างยิ่งว่า นายนพดล หลาวทอง เป็นทนายแก้ต่างให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นี่คือ “ข้อมูล” ที่ควรให้ “ความสนใจ”
นี่คือ “ข้อมูล” และ “ความเป็นจริง” อันก่อให้เกิดภาวะ “สั่นไหว” ในทางความคิดอย่างแหลมคมยิ่ง

ก่อผลสะเทือนต่อกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นำไปสู่ภาวะ “งัน” และ “ชะงัก” ภายในกระทรวงการคลัง อย่างน่าเกาะติด