ทักษิณ - GoodMonday​  ชวนโลกเที่ยวไทย​ ที่แท้ฝีมือ ​รัฐบาลคสช.

"ทักษิณ - GoodMonday"​ ชวนโลกเที่ยวไทย​ ที่แท้ฝีมือ ​"รัฐบาลคสช."

Publish 2019-01-28 16:15:43


หลังจากที่อดีตนักโทษหนีคดี “ทักษิณ ชินวัตร” ออกมาสื่อสารผ่านการจัดรายการ Good Monday ก็กลายมาเป็นข้อคำถามเพราะกับหัวข้อล่าสุดที่ออกมาพูดถึง “ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด”  จากหัวข้อในการนำมาพูดก็ต้องลองพิจารณากันดูว่า แท้จริงแล้วการพูดครั้งนี้จะเป็นแค่การสื่อสารผ่านลมปาก เพราะหากดูด้วยข้อเท็จจริงการบริหารงานของรัฐบาลคสช.ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ทำดีอยู่แล้ว 

 


เพราะฉะนั้นหากว่าเราได้ลองมองย้อนไปเมื่อครั้งหนึ่ง “ทักษิณ ชินวัตร” เองหรือไม่ ที่ย้อนกับไปช่วงมีการชุมนุม ตัวทักษิณ เองที่ออกมาสไกป์ จนกลุ่มนชป.ป่วน เผาเมือง ล้มประชุมอาเซียน ชุมนุมกลางแยกราชประสงค์   ....   28 ม.ค.62  เพจ Thaksin Shinawatra ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์การจัดรายการ Good Monday รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร เรื่อง "EP.3 ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด" ระบุ ในช่วงหลายปีที่ผมมีโอกาสได้เดินทางบ่อย ประเทศที่ผมไปส่วนใหญ่จะอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) ที่แม้จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดของโลกอยู่แล้ว แต่ทางเค้าก็ไม่ได้อยู่เฉย ต่างปรับยุทธศาสตร์ภาคการท่องเที่ยวโดยเน้นการเพิ่มขีดความสามารถจากทุกภาคส่วน

 

เพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์สถานที่เที่ยวอันดับหนึ่งเอาไว้ หรือในดูไบเองก็ดี แม้บ้านเมืองเค้าจะมีประชากรน้อย แต่เค้าเน้นดึงประชากรจากทั่วโลกมาสร้างเศรษฐกิจ จนมีสถิติออกมาว่า คนไปเที่ยวดูไบเฉลี่ยต่อคนใช้เงินมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก  "EP.3 ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด" ในตอนนี้ ผมมองว่า แม้ทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในหลายปีมานี้จะส่งสัญญาณเป็นบวก ปัจจุบันทาง World Bank ประเมินว่า รายได้จากการท่องเที่ยวไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า คิดเป็นเม็ดเงิน 5.9 ล้านล้านบาท


แต่เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ประเด็นสำคัญคือทำยังไงให้เม็ดเงินจากตรงนี้กระจายไปถึงประชากรทุกระดับ การเพิ่มศักยภาพของสนามบินให้สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์หลักที่เราต้องให้ความสำคัญ เพื่อที่เราจะเป็น Hub ด้านการบินของภูมิภาค ผมเชื่อว่าเรามีศักยภาพในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มได้อีกมหาศาล แต่ต้องมีการคิดและวางแผนอย่างเป็นระบบครับ

 


 



การออกมาพูดครั้งนี้ของ “ทักษิณ” นั้นได้ลืมไปแล้วหรือไม่ว่าครั้งหนึ่ง อีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวไทยถึงกับหยุดชะงักนั่นคือตัวของเขาเอง เพราะถ้าหากเราย้อนไปดูข้อมูลประกอบก็ยิ่งชัดไปในทางประจักษ์พยานหลักฐานว่า สถานการณ์ประเทศไทยตอนนั้น เป็น “นายทักษิณ” เองที่ออกมาสไกค์ มาปลุกระดม ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ล้มประชุมอาเซียน  ...  ทำให้มีคำถามว่า แท้ที่จริงแล้วกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการอะไรจากการนัดชุมนุมที่  “แยกราชประสงค์” กันแน่?

 

 

คำตอบอย่างเป็นรูปธรรมก็มีขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ประกอบการย่านราชประสงค์หลายร้อยคนได้ชุมนุมเรียกร้องเพื่อให้รัฐบาลห้ามคนเสื้อแดงไม่ให้ใช้พื้นที่ในย่านดังกล่าวในการชุมนุม เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปีที่แล้วเสียหายไปแล้วกว่าหมื่นล้านบาท เกิดปัญหาการจราจรที่กระทบในวงกว้างและทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไม่เดินทางมาในย่านนี้ เป็นเหตุให้หลายโรงแรมและหลายห้างสรรพสินค้าบริเวณนั้นเงียบเป็นป่าช้า นี่เป็นผลกระทบสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศ  การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง นปช.เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม 2552 เพื่อล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ และพาทักษิณกลับบ้าน มีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ นายทักษิณ ปลุกระดมมวลชน ต่อเนื่อง 


ถ้าย้อนกลับไปดูแนวคิดของ ทักษิณ ชินวัตร หลายต่อหลายครั้งที่ออกมาพูดกับประชาชนคนเสื้อแดง  .... "พี่น้องครับ  อนาคตที่สดใสของประเทศไทยและอนาคตของลูกหลาน เราคว้าได้มั้ยครับ มันอยู่แค่เอื้อมแล้ว เราต้องอดทน สู้ต่อไปอย่ายอมแพ้ครับ"  วันนี้ พี่น้องครับ เราแพ้ไม่ได้ เราต้องชนะ ถ้าเราแพ้ประเทศไทยแพ้ ประชาชนแพ้ อนาคตของประเทศไทยและอนาคตของลูกหลาน ไม่มีความแน่นอน “พี่น้องครับอดทนอีกนิดเดียว ไม่เป็นไร วันนี้ทำมาหากินไม่คล่อง รอให้ผมกลับไปเดี๋ยวผมแก้เอง”  “พี่น้องผมบอกได้เลย ถ้าเมื่อไร เสียงปืนแตก ทหารยิงประชาชน ผมจะเข้าไปนำพี่น้องเดินเข้ากรุงเทพทันที ผมจะไม่ยอมอีกแล้ว”  

 

 

ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ที่เมืองพัทยา รถยนต์ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ สุเทพ เทือกสุบรรณ โดยสาร ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทุบจนกระจกแตก  การชุมนุมดังกล่าวขยายตัวไปยังเมืองพัทยา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4 ในขณะที่เดินทางไปยังสถานที่ประชุมนั้น กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินเข้าปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ กลุ่มผู้ชุมนุมจึงเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์รับผิดชอบ แต่ไม่มีการตอบรับ ในที่สุดกลุ่มผู้ชุมนุม จึงบุกเข้าค้นหาตัวอภิสิทธิ์ ภายในสถานที่ประชุม ทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศเลื่อนการประชุมพร้อมทั้งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน

 

 

แต่ประกาศยกเลิกในวันเดียวกัน   ขณะที่ผู้สนับสนุนรัฐบาลอภิสิทธิ์ออกความเห็นว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงดังกล่าว ส่งผลให้รัฐบาลเสียความน่าเชื่อถือในสายตาประชาคมโลกอีกทั้งยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก  ซึ่งหากดูในกรณีความไม่สงบในประเทศต่อเนื่องไปในปี 2552-2553 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด จึงคาดการณ์ว่า  แนวโน้มที่ไทยจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนให้แก่ประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเดียวกัน โดยตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยมีแนวโน้มถดถอยลง



ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รู้ถึงความเป็นมาเป็นไป ประเด็นที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปนั่นก็คือ ข้อมูลสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งระบุเอาไว้ว่า     

นักท่องเที่ยวปี 2559 มีจำนวน 32.59 ล้านคน  และมีรายได้จากการท่องเที่ยว  1.64 ล้านล้านบาท 

นักท่องเที่ยวปี 2560  35.39 ล้านคน  และมีรายได้จากการท่องเที่ยว  ประมาณ 3 ล้านล้านบาท

นักท่องเที่ยวปี 2561  37.19 ล้านคน  สร้างรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวเป็นมูลค่าประมาณ 1.97-2.01 ล้านล้านบาท

 

ช่วงการบริหารงานของรัฐบาลคสช.  มีอัตราขยายตัวจากการท่องเที่ยวต่อเนื่อง สำหรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี 2562 นั้นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ประชุมแผนและวางเป้าหมายการดำเนินงาน โดย “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ททท.ตั้งเป้าหมายรายได้ภาคท่องเที่ยวไทย   สำหรับปี 2562 ไว้ที่ 3.41 ล้านล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีนี้ โดยแบ่งเป็น ตลาดต่างประเทศ 2.29 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 1.12 ล้านล้านบาท

 

 

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดก็เพียงพอที่จะชี้ให้เห็นแล้วว่าแนวทางการเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ชินวัตร”  ที่ออกมาพูดเรื่องของชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด แต่แท้จริงแล้วคุณเองหรือไม่ที่ทำให้ประเทศเสียหาย แล้วนายทักษิณ ตอนนี้มีความคิดอะไรอยู่ ?? 

 


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน