ศาลอาญาคดีทุจริตฯ อนุญาตขยายเวลาอุทธรณ์คดีโอ๊ค รออสส.วินิจฉัยคำโต้แย้งดีเอสไอ

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ อนุญาตขยายเวลาอุทธรณ์คดีโอ๊ค รออสส.วินิจฉัยคำโต้แย้งดีเอสไอ

Publish 2020-05-25 21:37:12


สืบเนื่องจากการที่  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)   โดย   น.พ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีดีเอสไอ  ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ   ได้ทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่อุทธรณ์คดี นายพานทองแท้ ชินวัตร  จำเลยคดีร่วมกันฟอกเงิน 10 ล้านบาท  ธนาคารกรุงไทยฯ   ที่ปล่อยกู้ให้เครือกฤษดามหานคร  เสนอให้  นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์  อัยการสูงสุด วินิจฉัยชี้ขาด

 


  
(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  ดีเอสไอ ยื่นเห็นแย้งมติอัยการไม่อุทธรณ์ คดีโอ๊ค ฟอกเงินกรุงไทยแล้ว




ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง  พิจารณาอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์  ไปจนถึง วันที่  25 มิ.ย.2563  หลังจากอัยการเคยมีการขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำพิพากษา มาแล้ว 4 ครั้ง และศาลอนุญาตถึงวันที่ 25 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมา   จากนั้นดีเอสไอได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เพิ่มเติม   โดยระบุเหตุผลว่าเนื่องจากคดีนี้อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลสูง    ได้พิจารณาสั่งสำนวนแล้วทางอธิบดีดีเอสไอมีความเห็นแย้ง   จึงส่งสำนวนพร้อมกับความเห็นแย้งกลับไปยังอัยการสูงสุด  เพื่อชี้ขาดตามขั้นตอนของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา145   เพื่อมีคำสั่งในชั้นอุทธรณ์ต่อไป  โดยขณะนี้สำนวนอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด   โจทก์จึงไม่สามารถดำเนินการในชั้นอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

 


 



ทั้งนี้คดีดังกล่าวมีรายละเอียดประกอบข้อเท็จจริง อันเป็นเหตุให้ดีเอสไอมีความเห็นแย้งกับคณะทำงานอัยการ  ในการไม่ยื่นอุทธรณ์คดี  ว่า  " คดีดังกล่าวองค์คณะผู้พิพากษา (มี 2 คน) มีความเห็นต่างกันในการตัดสิน   ในการอ่านคำพิพากษาจึงได้นำความเห็นของคณะ  ที่มีผลร้ายน้อยที่สุดกับจำเลยมาเป็นคำตัดสิน  ขณะที่ความเห็นขององค์คณะอีกคนหนึ่งนั้นเห็นแย้งว่า   จำเลยมีความผิดเห็นควรให้ลงโทษจำคุกจำเลย  หรือ นายพานทองแท้  เป็นเวลา 4 ปี   ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ มาตรา 5(1)(2) , 60    ซึ่งได้มีการบันทึกไว้เป็นความเห็นแย้งท้ายคำพิพากษาด้วย หากคู่ความยื่นอุทธรณ์ค  วามเห็นแย้งนี้ในสำนวนก็จะขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ทราบเช่นกัน"


โดยการตัดสินดังกล่าวเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 184 ในการประชุมปรึกษาเพื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้อธิบดีผู้พิพากษาข้าหลวงยุติธรรม หัวหน้าผู้พิพากษาในศาลนั้นหรือเจ้าของสำนวนเป็นประธาน ถามผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาทีละคน ให้ออกความเห็นทุกประเด็นที่จะวินิจฉัย ให้ประธานออกความเห็นสุดท้าย การวินิจฉัยให้ถือตามเสียงข้างมาก ถ้าในปัญหาใดมีความเห็นแย้งกันเป็นสองฝ่ายหรือเกินกว่าสองฝ่ายขึ้นไป จะหาเสียงข้างมากมิได้ ให้ผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากยอมเห็นด้วยผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่า


ขณะที่   นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์   เคยเข้ายื่นหนังสือถึง  นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์  อัยการสูงสุด  เพื่อขอส่งความเห็นแย้งของผู้พิพากษา  เจ้าของสํานวนคดี  นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ตัดสินลงโทษจําคุก 4 ปี  นายพานทองแท้ในคดีฟอกเงินดังกล่าว   และขอทราบเหตุผลรายละเอียดการไม่อุทธรณ์คดี  รวมทั้งขอให้มีการเปิดเผยรายชื่ออัยการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในคดี  เนื่องด้วยเหตุผลประกอบดังนี้

 


1.การที่อัยการไม่อุทธรณ์คดีนายพานทองแท้ โดยอ้างคําพิพากษายกฟ้องนั้น  ท่านได้อ่านความเห็นแย้งของผู้พิพากษาเจ้าของสํานวนที่ตัดสินลงโทษจําคุกนายพานทองแท้ 4 ปีหรือไม่   ซึ่งคดีนี้มีองค์คณะผู้พิพากษา 2 ท่านเท่านั้นและความเห็นแย้งของผู้พิพากษาฉบับเต็มนั้นย่อมติดอยู่ท้ายคําพิพากษาในคดีนี้อยู่ที่สํานักงานอัยการสูงสุดผู้ว่าคดีแล้ว

2.การปฏิบัติราชการของอัยการ กรณีผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นมีความเห็นแย้งแนบท้ายคําพิพากษา เมื่อคดีมันไม่ขาด ในอดีตอัยการมีธรรมเนียมการปฏิบัติราชการที่ผ่านมาอย่างไร

3.ขอให้เปิดเผยเหตุผลการไม่อุทธรณ์คดีนายพานทองแท้โดยละเอียด และขออนุญาตถามตรงๆว่ามีใบสั่งหรือมีการแทรกแซงทางการเมืองหรือมีการวิ่งเต้นคดีนี้หรือไม่

4.คณะกรรมการอัยการศาลสูง 5 คนที่ตัดสินเห็นพ้องต้องกันไม่อุทธรณ์เป็นเอกฉันท์นั้น ได้มีการหารืออัยการสูงสุดหรืออัยการสูงสุดเห็นชอบด้วยหรือไม่ หรือจะมีการทบทวนดุลยพินิจไม่อุทธรณ์นี้หรือไม่

5.ขอให้เปิดเผยรายชื่ออัยการสํานักคดีพิเศษผู้ทำคดีนายพานทองแท้และขอคําสั่งแต่งตั้งหรือรายชื่ออัยการคดีศาลสูง 5 คน โดยขอให้เปิดเผยรายชื่อต่อสาธารณชนได้หรือไม่

6.ขอทราบรายชื่อคดีสําคัญๆที่สํานักงานคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้อง หรือคดีที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องตั้งแต่พ.ศ.2540 มีกี่คดี ชื่อคดีอะไรบ้าง




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;