หมอเหรียญทอง เล่าเรื่องประทับใจ คุยมอเตอร์ไซค์วิน ไม่รู้เป็นผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ

นพ.เหรียญทอง เล่าเรื่องประทับใจ คุยกับมอเตอร์ไซค์วิน ที่ไม่เคยเห็นหน้าผอ.รพ.มงกุฏวัฒนะ

ถือเป็นบุคคลสาธารณะที่มีจุดยืนชัดเจน เรื่องการพิทักษ์   ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์  สำหรับ พล.ต. นพ.เหรียญทอง แน่นหนา  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ  แม้ว่าจะถูกตอบโต้สารพัดรูปแบบ  แต่ก็เลือกไม่หยุดที่จะทำสิ่งดีๆเพื่อประเทศชาติ แผ่นดินเกิด

 

หมอเหรียญทอง เล่าเรื่องประทับใจ คุยมอเตอร์ไซค์วิน ไม่รู้เป็นผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ


( คลิกอ่านข่าวประกอบ :  หมอเหรียญทอง ต้องเรียกประชุมด่วน ปรับแผนรับมือผู้ใช้บริการรพ. แม้แต่ กนก ยังจองคิวไปตรวจ

ล่าสุด พล.ต. นพ.เหรียญทอง   ได้โพสต์ข้อความที่ก่อเกิดเป็นความประทับใจส่วนตัวว่า   "เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.63 ผมต้องไปเป็นประธานงานสวดพระอภิธรรมศพที่วัดชลประทานฯ อ.ปากเกร็ด นนทบุรี (ผมสวมเสื้อฟอร์มสีดำ ปักเสื้อว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ และสวมหน้ากากผ้าไปงาน) ปรากฎว่าเส้นทาง ถ.แจ้งวัฒนะ จาก รพ.มงกุฎวัฒนะ ไปวัดชลประทานฯ ในเย็นวันนั้น การจราจรติดขัดมากและคาดว่าผมคงจะไปไม่ทันเวลาตามกำหนดการ ดังนั้นในฐานะประธานพิธีจึงตัดสินใจลงจากรถแล้วใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่วินมอเตอร์ไซค์ที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ 

 

หมอเหรียญทอง เล่าเรื่องประทับใจ คุยมอเตอร์ไซค์วิน ไม่รู้เป็นผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ

 

เมื่อเดินทางถึงวัดชลประทานฯแล้ว ผมก็จ่ายเงินให้พี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ...พี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเห็นผมสวมเสื้อปัก "มงกุฎวัฒนะ"  ก็ถามผมว่า "ทำงาน รพ.มงกุฎวัฒนะกับหมอเหรียญทองหรือ"...ผมตอบกลับไปว่า "ครับ หมอเหรียญทองเป็นเจ้านายของผมเอง" ...แล้วพี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็บอกผมว่า "ฝากชื่นชมและเป็นกำลังใจให้หมอเหรียญทอง ให้สู้ๆด้วย"...ผมก็จับต้นแขนมอเตอร์ไซค์รับจ้างท่านนั้นแลัวตอบกลับไปว่า "หมอเหรียญทองสู้แน่นอนครับ และน้อมรับกำลังใจจากพี่ด้วยความซาบซึ้งแล้วล่ะครับ"...แล้วพี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ขับรถกลับไปโดยไม่รู้ว่า ผมคือหมอเหรียญทองซึ่งได้ซาบซึ้งในกำลังใจนั้นแล้ว

ในพิธีสวดพระอภิธรรมศพมีการเทศน์ พระอาจารย์ได้เทศน์ว่าคนเรานั้นแบ่งเป็น 4 ประเภท ...ประเภทที่ 1 เกิดมาในชาตินี้แล้วมีกรรมดี กรรมชั่วจากชาติภพนี้ที่ต้องชดใช้ในชาติภพหน้า...ประเภทที่ 2 ทำกรรมเลว เมื่อตายไปแล้วก็ลงสู่อเวจี...ประเภทที่ 3 ผมจำไม่ได้...ประเภทที่ 4 เกิดมาชาตินี้เพียงชาติเดียว ทำแต่กรรมดี ตายแล่้วไม่ต้องชดใช้กรรมอีกแล้ว

 

หมอเหรียญทอง เล่าเรื่องประทับใจ คุยมอเตอร์ไซค์วิน ไม่รู้เป็นผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ

 

เมื่อเสร็จพิธี พระอาจารย์ก็เดินมาหาผมแล้วกล่าวกับผมว่า "อาตมายินดีที่ได้พบโยมหมอตัวจริงๆในวันนี้ ได้พบเห็นในข่าวมานาน ขอเป็นกำลังใจให้โยมหมอ"...ผมเรียนพระคุณเจ้ากลับไปว่า "อาราธนาพระคุณเจ้า ผมขอกราบขอบพระคุณ" แล้วก็เรียนท่านว่า "ผมเป็นคนประเภทที่ 1 ที่พระคุณเจ้าเทศนาธรรมไว้"...พระคุณเจ้าตอบผมว่า "โยมหมอเป็นประเภทที่ 4 คงมีชาตินี้เพียงชาติเดียว"...ผมตอบพระคุณเจ้าว่า "ผมมีคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อจอมทัพภูมิพลมหาราชที่ผมรักษาไว้ยิ่งกว่าชีวิต และคำสัตย์ปฏิญาณตนของผมจะไม่ขอมีแค่เพียงชาติภพนี้ชาติเดียว แต่คำสัตย์ปฏิญาณตนของผมที่ถวายต่อพระเจ้าแผ่นดินจะดำรงต่อเนื่องไปทุกๆชาติภพหน้า ผมขอเป็นข้ารองพระบาทพระเจ้าแผ่นดินทุกๆชาติภพ หากเป็นไปได้ ผมขอเป็นทหารของพระเจ้าแผ่นดินทุกๆชาติภพครับ"...แล้วผมก็กราบเท้าพระคุณเจ้าก่อนลากลับบ้าน

 

ก่อนหน้านั้น พล.ต. นพ.เหรียญทอง  ได้พูดถึงกระแสบางส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์  ว่า  "ผมเป็นคนจริงใจ เปิดเผย ไม่ดัดจริตเสแสร้ง ไม่สนใจหรอกครับว่าใครจะนิยมชมชอบผมหรือไม่ ดังนั้นผมจึงเป็นคนพูดจาตรงๆ ชัดเจน ไม่ต้องแปล จะถูกใจหรือไม่ ผมไม่สนครับ ผมจึงไม่ใช่คนดีเลิศอะไรหรอกนะครับ มีดี มีเลว มีกิเลสดั่งปุถุชนทั่วไป สุภาพบ้าง หยาบคายบ้าง พฤติกรรมอาจจะไม่สุขุมเรียบร้อย ตลกบ้าง ซกมกบ้าง อาจจะดูไม่งามนักกับการเป็นนายแพทย์ 

 

สมัยที่ยังหนุ่มโสด จบแพทย์ใหม่ๆก็ออกไปทางจิ๊กโก๋ สนุกสนาน เฮฮา มีเพื่อนฝูงเยอะจนพ่อแม่ห่วงว่าจะมีชีวิตไม่ถึงวัยอันควร ครั้งหนึ่งผมเคยขึ้นเวทีคอนเสิร์ต "ตามหา ล.ลิง"  กับพี่ป้อม(อัสนีย์ โชติกุล) และ พี่โต๊ะ(วสันต์ โชติกุล) เมื่อประมาณเดือน พ.ย.- ธ.ค.2533 เป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่โรงเรียนพิบูลย์วิทยาลัย จ.ลพบุรี ผมร้องเพลงบนเวที เพลง "หนึ่งมิตรชิดใกล้" โดยมีพี่ป้อม พี่โต๊ะเล่นดนตรีบนเวทีที่อลังการณ์มากและมีผู้ร่วมงานคอนเสิร์ต "ตามหา ล.ลิง" เต็มสนาม รร.พิบูลย์วิทยาลัย  

 

หมอเหรียญทอง เล่าเรื่องประทับใจ คุยมอเตอร์ไซค์วิน ไม่รู้เป็นผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ

 

ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าผมเป็นหมอทหาร ยศร้อยเอก เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่ รพ.อานันทมหิดล (รพ.ทหาร จ.ลพบุรี) นอกจากหมอและพยาบาล รพ.อานันทมิดลที่ไปงานคอนเสิร์ตคืนนั้นกับผม เสร็จจากงานคอนเสิร์ตวันนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ผอ.รพ.อานันทมิดล เรียกให้ผมไปพบ พร้อมให้รางวัล 500 บาท

 

สุดสัปดาห์นั้นผมเดินทางกลับกรุงเทพฯ...แม่บอกผมว่า "เหรียญทองมีครอบครัวได้แล้วลูก"...ผมจึงได้แต่งงานกับคนรักของผมซึ่งเป็นนายทหารเรือหญิงในเดือน ม.ค.34 หลังจากที่ผมมีครอบครัวแล้วผมเลิกเป็นจิ๊กโก๋และเป็นคนสุภาพเรียบร้อยตามสถานการณ์ตราบจนปัจจุบันที่ผมกลายเป็น "ไอ้แก่ ตาแป๊ะ" ที่มีเพื่อนมหาชนอย่างมากมาย ทำให้วันนี้ผมทำเลวไม่ได้อีกแล้ว...ผมแทบจะกลายเป็นพระไปแล้วนะครับ...เพียงแต่ผมขอเป็นพระในหลักนิยมสำนักวัดเส้าหลินก็แล้วกันครับ"

 

หมอเหรียญทอง เล่าเรื่องประทับใจ คุยมอเตอร์ไซค์วิน ไม่รู้เป็นผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ