‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เสนอมาตรการเชิงรุกเตรียมพร้อมร้านค้ากลุ่มธุรกิจที่อาจได้รับการปลดล็อคระยะที่ 3 ตามแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ”

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เสนอมาตรการเชิงรุกเตรียมพร้อมร้านค้ากลุ่มธุรกิจที่อาจได้รับการปลดล็อคระยะที่ 3 ตามแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ”

Publish 2020-05-28 16:24:25


          กรุงเทพฯ (28 พฤษภาคม 2563) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย ออกมาตรการเพิ่มเติมเตรียมความพร้อมในเชิงรุกให้ร้านค้ากลุ่มธุรกิจที่อาจได้รับการปลดล็อคในระยะที่ 3 ไว้ล่วงหน้าให้ทุกศูนย์การค้าได้เตรียมจัดการเพื่อป้องกันอย่างดีที่สุด ตามแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” หากภาครัฐประกาศอนุญาตเพิ่มเติม โดยแนวทางการปฏิบัติยังคงความเคร่งครัด ระมัดระวังในทุกจุดตามแนวทางการดำเนินการของกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมมาตรการสำหรับการรับประทานอาหารเป็นครอบครัว ด้วยการเพิ่ม Family zone สำหรับสมาชิกครอบครัวที่มาด้วยกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 8 คน และปรับการจำกัดพื้นที่ลดความแออัดในศูนย์การค้าเป็น 1 คนต่อ 4 ตารางเมตร พร้อมผ่อนผันให้ขยายเวลาเปิดให้บริการเป็น 21:00 น. ทั้งนี้ เพื่อปรับให้สอดคล้องไปตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยของผู้บริโภค

          นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “บริษัทฯ ขอขอบพระคุณภาครัฐที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และ ศบค. ที่รับฟังความต้องการและเชื่อมั่นไว้วางใจในภาคเอกชนไทยได้ผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยหลังการประกาศจากภาครัฐอนุญาตให้ศูนย์การค้าเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศและผู้ประกอบการร้านค้าก็ได้ดำเนินตามมาตรการแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อย่างต่อเนื่องเต็มรูปแบบเพื่อให้สถานที่ปลอดภัย ประกอบกับความร่วมมือในการใช้ชีวิตอย่างมีวินัยของประชาชนทุกคน ทำให้ตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อในไทยตั้งแต่การคลายล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 17 พ.ค. จนถึงวันนี้ (28 พ.ค.) ยังคงอยู่ในระดับที่ดี ทำให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยกันมากขึ้น และมีการจับจ่ายใช้สอยของผู้คนมากขึ้น ประชาชนบางส่วนได้กลับมามีงานทำ มีรายได้ เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจประเทศ”

          นางสาววัลยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับธุรกิจร้านอาหารยังมีความยากลำบากในการให้บริการในหลายประการ ทางบริษัทฯ จึงขอนำเสนอมาตรการเพิ่มเติมของร้านอาหารในการจัดที่นั่งในร้าน ดังต่อไปนี้

          *ให้ร้านค้าจัดโซนเป็น Family Zone สำหรับสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยในบ้านเดียวกันสามารถนั่งรับประทานอาหารร่วมกันได้ ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 8 คน โดยใช้หม้อ/กระทะร่วมกันได้ แต่ต้องใช้ช้อนกลางส่วนบุคคลเท่านั้น

          *กรณีรับประทานอาหารจานกลางร่วมกัน ควรใช้ช้อนกลางส่วนบุคคล

          *กำหนดบรรทัดฐานที่ใช้ร่วมกันทั่วประเทศ ในการเว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะอาหาร และระหว่างบุคคลต่อบุคคลภายในโต๊ะเดียวกัน ต้องมีระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร หากระยะห่างน้อยกว่า 1 เมตร ต้องมีฉากกั้นระหว่างโต๊ะ หรือระหว่างบุคคล (Table shield)

          *เสนอให้เพิ่มเวลาให้บริการในช่วงอาหารเย็น ด้วยการขยายเวลาการปิดให้บริการถึง 21:00 น.

          “การเปิดให้บริการธุรกิจเพิ่มเติมต่างๆ ในระยะที่ 3 นี้ จะขึ้นอยู่กับคำสั่งของภาครัฐเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเชิงรุก บริษัทฯ จึงได้จัดเตรียมมาตรการเสริมสำหรับกลุ่มธุรกิจประเภท 3 เหล่านี้เพิ่มเติมให้ธุรกิจกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งมีทั้งหมด 10 ประเภทธุรกิจ อาทิ

          1) ธุรกิจเสริมความงามที่เกี่ยวกับใบหน้า

          2) ร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผม ให้อนุญาตทำสีผมได้

          3) สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนส

          4) โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์

          5) สถานที่เล่นสเก็ตหรือโรลเลอร์เบรด สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง หรือการละเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน

          6) คาราโอเกะ ร้านเกมส์ สวนสนุก

          7) สวนน้ำกลางแจ้ง

          8) สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สถานประกอบการนวดแผนไทย

          9) โซนพระเครื่อง

          10) ห้องประชุมภายในศูนย์การค้า

          ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ เปิดให้บริการแล้ววันนี้ วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00-20.00 น. วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.00 น. พร้อมคุมเข้มมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อย่างต่อเนื่อง รณรงค์ให้ทุกคนมีวินัยในการใช้ชีวิตแบบ NOW Normal ด้วยการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์ และสแกนเข้า-ออกจากศูนย์การค้าด้วยแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” ตามนโยบายภาครัฐ โดยหากเป็นไปได้ขอเสนอให้มีการปรับปรุงระบบให้ scan เช็คเอาท์ แบบ automatic เมื่อมีการ scan เช็คอินเข้าร้านค้าใหม่ ลดการใช้เวลาเพื่อความสะดวกของประชาชน หรือสามารถเข้าแอพพลิเคชั่นไทยชนะผ่าน LINE: centralLife ได้เช่นกัน

          บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการพัฒนามาตรการต่างๆ สำหรับลูกค้าและร้านค้าอย่างต่อเนื่องตามมาตรการ เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 แกนหลัก ได้แก่ (1) การคัดกรองอย่างเข้มงวด (Extra Screening), (2) มาตรฐาน Social Distancing ทุกจุด, (3) การติดตามเพื่อความปลอดภัย (Safety Tracking), (4) การใส่ใจในความสะอาดทุกจุดสัมผัส (Deep Cleaning) และ (5) แนวทางลดการสัมผัส (Touchless Experience)

 

 

 



ติดตามข่าวอื่นๆ


;