ซัดกันคนละหมัด "หญิงหน่อย" จวกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสร้างมาตรฐานไม่เท่าเทียม หรือหวังแค่คะแนนนิยม

     กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีหลัง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาโพสต์ถึงประเด็นกรณีเกี่ยวกับบัตรคนจน ในเชิงรัฐบาลหวังซื้อใจประชาชนด้วยการให้สิทธิกับผู้ถือบัตรคนจน โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยังแนะแนวทางถึงวิธีการแก้ไขช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบอื่น ให้ทางรัฐบาล คสช. ได้คิด โดยระบุว่า...

 

     กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีหลัง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาโพสต์ถึงประเด็นกรณีเกี่ยวกับบัตรคนจน ในเชิงรัฐบาลหวังซื้อใจประชาชนด้วยการให้สิทธิกับผู้ถือบัตรคนจน โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยังแนะแนวทางถึงวิธีการแก้ไขช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบอื่น ให้ทางรัฐบาล คสช. ได้คิด โดยระบุว่า...

 

ซัดกันคนละหมัด \"หญิงหน่อย\" จวกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสร้างมาตรฐานไม่เท่าเทียม หรือหวังแค่คะแนนนิยม


   
  "คงต้องขออนุญาตกลับมาพูดเรื่องโครงการหลักประกันสุขภาพอีกครั้ง ทั้งที่ไม่อยากตอบโต้กันไปมา แต่เมื่อได้ฟังผู้มีอำนาจทั้งสอง คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดเรื่องนี้อย่างไม่เข้าใจ และไม่ฟัง เลยต้องมาโพสต์อีกครั้ง โดยประเด็นที่ได้แสดงความห่วงใยและท้วงติง คือ ที่ ครม.มีมติให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งถูกเรียกกันอย่างแพร่หลายว่า บัตรคนจน รักษาฟรี ทั้งที่ประชาชนได้รับสิทธิการรักษาฟรีอยู่แล้ว ตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จากมติ ครม.นี้ เกรงว่าจะทำให้เกิดผลเสีย เพราะเป็นการแยกคนที่ขึ้นทะเบียนคนจนจำนวน 11.4 ล้านคน ที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการรักษาฟรีออกมา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาคุณภาพการรักษาที่ไม่ทัดเทียมกัน ไม่เข้าใจว่ามตินี้ออกมาเพื่ออะไร หรือต้องการเพิ่มสิทธิของบัตรคนจน เพื่อหวังในคะแนนนิยมเท่านั้น โดยไม่เข้าใจว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเราไม่ควรจะทำการเมืองแบบเก่าๆ กันอีกแล้ว ดังนั้นจึงหวังว่าท่านผู้มีอำนาจทั้งสองจะเปิดใจรับฟังความห่วงใยต่อคุณภาพการรักษาพยาบาลของประชาชนบ้าง ไม่ใช่แค่สั่งเปลี่ยนชื่อบัตรเท่านั้น

ซัดกันคนละหมัด \"หญิงหน่อย\" จวกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสร้างมาตรฐานไม่เท่าเทียม หรือหวังแค่คะแนนนิยม

 

   ในส่วนเรื่องชื่อบัตรคนจนนั้น มั่นใจว่าไม่ได้เรียกอยู่คนเดียว ถ้านายสมคิดให้ทีมงานทำการบ้านเปิดข่าวออนไลน์ หรือตามสื่อต่างๆ ให้ท่านดู จะทราบความจริงว่าใครๆ เขาก็เรียกบัตรของท่านว่า บัตรคนจน มานานแล้ว สำหรับกรณีที่นายสมคิดพูดว่าถ้าทำ ต้องทำให้ได้ดีกว่าบัตรประชารัฐนั้น พวกเรามีวิธีคิด วิธีทำงาน ที่ต่างจากที่รัฐบาลนี้ทำมากว่า 4 ปี เราให้ความสำคัญกับการสนับสนุน และกระจายรายได้ให้ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก สตาร์ตอัพ ตลอดจนเกษตรกร ซึ่งเป็นคนตัวเล็ก แต่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะการเพิ่มเงินในกระเป๋าของคนส่วนใหญ่เหล่านี้ จะสร้างกำลังซื้อภายในประเทศที่จะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเติบโตได้ต่อเนื่อง เรามั่นใจว่าเรามีวิธีที่จะสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนโดยตรง แบบไม่ใช่ให้แค่ผ่านมือคนจนไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น 

 

ซัดกันคนละหมัด \"หญิงหน่อย\" จวกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสร้างมาตรฐานไม่เท่าเทียม หรือหวังแค่คะแนนนิยม

 

      ซึ่งกรณีนี้เองได้เกิดวิวาทะกันระหว่างรัฐบาลคสช. กับ คุณหญิงสุดารัตน์ ก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน เมื่อคุณหญิงสุดารัตน์โพสต์เฟซบุ๊กออกไปเปรียบเสมือนเป็นการกระตุกหนวดเสือที่หลับอยู่ให้ตื่น ก่อนหน้านี้ทาง นายสมคิด ได้พูดถึงประเด็นที่ คุณหญิงสุดารัตน์ ออกมาวิจารณ์นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการแบ่งแยกชนชั้น โดยนายนายสมคิด กล่าวว่า รัฐบาลนี้ไม่เคยเรียกว่าบัตรคนจน อย่างที่คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวก่อนหน้านี้ แต่เรียกว่าเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการช่วยเหลือประชาชน ทำขึ้นมาเพื่อให้คนยากไร้ คนไม่มีโอกาสได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกับผู้อื่น โดย นายสมคิด ยังกล่าวต่ออีกว่า "บัตรนี้มีประโยชน์ เพราะช่วยคนยากไร้ คนแก่ เราดูแลไม่ให้มีการรั่วไหลมีการตรวจสอบคุณสมบัติของคนที่มีบัตร ว่ายากไร้จริงหรือไม่ ไม่มีใครเขาเรียกบัตรคนจน มีแต่คุณหญิงสุดารัตน์ หาข้อมูลหน่อยนะครับ ทำการบ้านหน่อยนะ ถ้าจะทำ ก็พยายามทำให้ดีกว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย"

 

 

 

ซัดกันคนละหมัด \"หญิงหน่อย\" จวกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสร้างมาตรฐานไม่เท่าเทียม หรือหวังแค่คะแนนนิยม

 

      ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ก็เคยออกมากล่าวถึงประเด็นการเรียกบัตรคนจนนี้ว่าตนไม่เคยเรียกบัตรคนจนเลย โดยบัตรนี้เป็นบัตรประชารัฐที่จะดูแลทุกคนให้เกิดความพอเพียง ไม่ว่าจะยากดีมีจนก็ต้องเข้าถึงโอกาส รัฐบาลก็เข้าไปปลดล็อกให้ทุกคนเข้าถึงมากกว่า แถมยังปิ๊งไอเดียในการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบัตรแห่งความสุข เพื่อไม่ให้เกิดเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ อีกต่อจากนี้  ทั้งนี้ยังต้องรอดูต่อไปว่าทาง พล.อ.ประยุทธ์ จะออกมาตอบโต้เกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างไรเพราะดูท่าว่าคุณหญิงสุดารัตน์ คงไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่ในประเด็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กับ บัตรทองนี้ 

 

  เรียกว่าแค่เริ่มศึกทางการเมืองก็สาดน้ำลายกันคนละหมัดอย่างไม่ไว้หน้ากันจนประชาชนต้องติดตามต่อไปว่าการเลือกตั้งในศึกปี 2562 ที่จะถึงนี้จะเป็นเช่นไร เพราะแต่ละฝ่ายก็มีด้านดี ที่แตกต่างกัน มีเพียงประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน