สั่งเด้งแล้ว 2 ตร.คลองด่าน ตั้งแก๊งจับเหยื่อซ้อม ยัดข้อหารีดเงิน

สั่งเด้งแล้ว 2 ตร.คลองด่าน ตั้งแก๊งจับเหยื่อซ้อม ยัดข้อหารีดเงิน

Publish 2020-04-28 09:39:30


สืบเนื่องจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเหยื่อในคดียาเสพติด ที่ถูกตำรวจสมุทรปราการอุ้มไปรีดเงิน เข้าร้องต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบวินัย และร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญากับตำรวจที่กระทำผิดในคดี

อ่านข่าว - อัจฉริยะพาเหยื่อร้องทุกข์ โดนแก๊งตร.ปากน้ำนอกรีตอุ้มซ้อมทรมาน ยัดข้อหารีดเงิน




ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีผู้เสียหายร้องสอบตำรวจ สภ.คลองด่าน อ้างถูกยัดคดี-เรียกเงินแสน ว่า ได้รับรายงานจากตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ว่า ในประเด็นดังกล่าว พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ (ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ) ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ "ด.ต."และ "ส.ต.ต." สังกัด สภ.คลองด่าน จะกระทำผิดวินัย เนื่องจากทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญาในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 

โดยมีสาเหตุ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ราย ได้จับกุมผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ และถูกพาดพิงกล่าวหาว่าได้ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา และได้ทำการหน่วงเหนี่ยวกักขัง เพื่อกรรโชกทรัพย์ 2 แสนบาทแลกกับการไม่ดำเนินคดี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 เม.ย.63 ต่อเนื่องเช้าวันที่ 6 เม.ย. 63 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ



รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน และมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ราย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม โดยที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับที่กำหนด อย่างเคร่งครัด ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือปฏิบัติงานไม่สนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา ก็จะไม่เข้าข้างอยู่แล้ว

โดยหากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น ไม่มีการให้ความช่วยเหลือ ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงพยานหลักฐานที่ปรากฎ แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยให้รายงานผลการตรวจสอบโดยเร็ว เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของสังคม

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;