เค้นสอบพ่อน้องชมพู่อีกครั้ง พร้อมมีการจับชีพจร

เค้นสอบพ่อน้องชมพู่อีกครั้ง พร้อมมีการจับชีพจร

Publish 2020-06-27 12:35:14


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้าย เนื่องจากหลักฐานไม่ครบถ้วน มีเพียงแต่ ผลตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยตอนนี้ออกแล้ว หลังตำรวจเก็บเส้นบางอย่างใกล้จุดพบศพน้องชมพู่ ลักษณะคล้ายเส้นผมหรือเส้นขน แต่ตำรวจไม่สามารถเปิดเผยได้ และไม่แน่ชัดว่าผลการตรวจนี้จะสามารถนำไปสู่การออกหมายจับได้หรือไม่

 




ล่าสุด รายการทุบโต๊ะข่าว ช่องอมรินทร์ ทีวี รายงานว่า ทางตำรวจ สภ.กกตูม จ.มุกดาหาร ได้เชิญตัว นายอนามัย และ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อและแม่ของน้องชมพู่ มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อมุ่งหาว่ามีปมความขัดแย้งในครอบครัวหรือกับคนในหมู่บ้าน ที่จะเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของน้องชมพู่หรือไม่ พร้อมกันนั้นทางตำรวจได้ยืนยันกับนางสาวิตรีว่าคดีมีความคืบหน้า และจะเปิดเผยรายละเอียดเมื่อถึงเวลา

สำหรับการสอบปากคำครั้งนี้ ได้แยกสอบพ่อและแม่ของน้องชมพู่ โดยหลังจากที่ นายอนามัย พ่อของน้องชมพู่ ใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมงในการสอบปากคำ พร้อมมีการจับชีพจร ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวด้วยสีหน้าปกติ ไม่ได้มีความเครียดอะไร ชี้ว่าทางตำรวจได้สอบปากคำในเรื่องเดิม ๆ และให้คำมั่นสัญญาว่ายังติดตามคดีให้ตลอด ส่วนที่สอบปากคำตนจริง ๆ นั้นใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที ส่วนใหญ่จะนั่งคุยและนั่งเล่นกัน

ทั้งนี้ นายอนามัยไม่ขอออกความเห็นกรณีที่นายนรินถูกตำรวจล็อกตัว และชี้ว่าตัวเองไม่เห็นจักรยานของอีกฝ่ายจอดที่สวนยางพาราในวันที่น้องชมพู่หายตัว ส่วนภรรยาของนายนรินก็ยังเห็นมาช่วยตามหาน้องชมพู่ในวันเกิดเหตุ และในส่วนที่มีร่างทรงมาทำนายว่าคนร้ายเป็นคนใกล้บ้านนั้น ตนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

 

 



ทางด้าน นายตี๋ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ลูกชายของนายนริน ได้เผยไทม์ไลน์ของพ่อในวันเกิดเหตุ โดยชี้ว่าเห็นพ่อขึ้นเขาภูผาเหี่ยไปหาของป่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 10 พฤษภาคม และกลับบ้านมาช่วงกลางดึกและหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย จนถึงเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม ตนเห็นพอยังนอนอยู่ในบ้านในเวลา 06.00 น. ตนออกไปกรีดยางกลับมาในเวลา 07.30 น. ก็ยังเห็นพ่อนอนอยู่

ระหว่างนั้นนายตี๋อยู่กับนายนรินตลอดเวลา เห็นพ่อตื่นมาทำกับข้าวช่วงเที่ยงก็จะกลับไปนอนต่อ กระทั่งเวลา 14.00 น. จึงได้รับข้อความจากแม่ บอกว่าน้องชมพู่หายไปและให้ออกไปช่วยกันตามหา ตนเลยรีบออกไปช่วย ซึ่งตอนที่ตนออกจากบ้านพ่อยังคงหลับอยู่

จากนั้นนายตี๋กลับมาที่บ้านเวลา 17.00 น. ก็ยังเจอพ่ออยู่ที่บ้าน และพอตกค่ำพ่อก็ออกไปหาของป่าตามปกติ ก่อนจะกลับมาบ้านกลางดึก เมื่อตนตื่นมาตอนเช้าวันที่ 12 พฤษภาคม ก็เจอพ่อนอนอยู่ที่บ้าน โดยไม่ได้ออกไปช่วยตามหาน้องชมพู่ เพราะยังเหนื่อยจากการหาของป่า

ทั้งนี้ นายตี๋ชี้ว่า ภูเขาที่พ่อไปหาของป่า เป็นเขาคนละลูกกับภูเหล็กไฟที่น้องชมพู่เสียชีวิต ไม่มีทางเดินเชื่อมถึงกัน ส่วนที่พ่อให้ข้อมูลไปก่อนหน้านี้ ตนคิดว่าพ่อจำอะไรไม่ได้เนื่องจากอายุมาก เป็นคนที่อยู่แต่ป่า และน่าจะตกใจ กลัวกล้องนักข่าว ขณะที่ตนเองก็รู้สึกตกใจที่พ่อถูกจับในข้อหาอนาจาร และอาจจะเชื่อมโยงไปถึงคดีของน้องชมพู่ด้วย แต่ตนก็ยังเชื่อใจว่าพ่อไม่ได้ลงมืออนาจารหลานวัย 5 ขวบ

ด้าน นายไชย์พล วิภา และ นางสมพร หลาบโพธิ์ ลุงกับป้าน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ตนไม่ได้มีความกังวลเรื่องหมอธรรมที่ออกมาให้ข้อมูล เพราะเป็นเพียงคำทำนายของหมอธรรม ไม่คิดว่าตำรวจจะเชื่อ และก็ไม่คิดว่าชาวบ้านจะเกิดความแตกแยก หลังจากมีการทำนายว่าคนร้ายอยู่บ้านใกล้รัศมี 200 เมตร

ส่วนเรื่องนายนริน ตนยังไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีชมพู่ ต้องรอการสอบ พยานหลักฐานว่าจะเกี่ยวข้องกับชมพู่หรือไม่ วันที่ค้นหาชมพู่ ตนไม่ได้เห็นนายนรินเลย ประกอบกับตนไม่ได้ค้นหาอยู่แถวนี้ ส่วนใหญ่วิ่งหาหมอธรรม ทำให้ช่วงค้นหาก็ไม่ได้มีเวลามาก แต่เท่าที่รู้ ตนไม่เห็นนายนริน หรือรถของนายนริน

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;