ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

จากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ น้องชมพู่อายุ 3 ขวบ เหตุเกิดที่บ้านกกกอก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 63 กระทั่งไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาDNAแฝงแต่ผ่านไปเดือนกว่าแล้วก็ยังไม่สามารถคลี่คลายคดีได้

 

ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

 

หลังจากนั้นเมื่อลุงพลทราบเรื่องที่แม่น้องชมพู่สงสัยก็เกิดความเสียใจเป็นอย่างมากไม่คิดว่า แม่น้องชมพู่จะคิดแบบนี้กับตน จึงประกาศตัดญาติ เรื่องราวเริ่มบานปลายเพราะต่างฝ่ายๆต่างแฉกันไปมา และเรื่องราวดังกล่าวมีชาวโซเชี่ยลจำนวนมาก เกรงว่าลุงพลจะโดนหมายจับ และเชื่อว่าลุงพลไม่ได้ทำแน่นอน

 

ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

 

ต่อมา หลังจากที่นักร้องหญิงลูกทุ่งยอดนิยม อย่างจินตหรา พูนลาภ ได้ทาบทามลุงพล หรือ ไชย์พล วิภา ให้ไปขึ้นคอนเสิร์ตที่เต่างอยด้วยกัน และเพลงที่จะนำไปร้องด้วยกันก็คงจะหนีไม่พ้นเพลง เต่างอย ที่โด่งดังอยู่ตลอด และหลังจากลุงพลได้เข้าห้องบันทึกเสียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ หลังจากลงยูทูบไปวันแรกยอดวิวครบ 1 ล้านวิวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าบรรดาแฟนคลับลุงพลและจินตหราเป็นอย่างมาก
 

ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

 

ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

 

ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

 

คลิป
 

ล่าสุด รายการ "ถามสุดซอย" โดยได้เปิดใจสัมภาษณ์ อุ๊บ วิริยะ และ ปิ๋ม ซีโฟร์ กรณีแฮชแท็กร้อน "แบนลุงพล" และได้ร่วมพูดคุยกับ "ต๊ะ นารากร" ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง

 

ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

 

พี่ต๊ะ นารากร อยู่ในสาย ขอถามในฐานะเป็นสื่อมวลชน คิดเห็นยังไงสื่อโปรโมตลุงพลเยอะมาก จนตอนนี้สื่อเริ่มแบน?

ต๊ะ : หนึ่งไม่อยากให้เหมารวมว่าเป็นสื่อทั้งหมด เพราะสื่อที่สร้างกระแสลุงพลและหาประโยชน์จากกระแสลุงพล ถ้าพูดจริงๆ มีสื่อเดียว และกีดกันสื่ออื่นๆ เขาก็ได้ประโยชน์เต็มๆ จากเรื่องนั้น แต่ก็อาจมีสื่ออื่นที่นำกระแสนี้ไปขยายความต่อ ฉะนั้นสื่อที่ทำแบบนี้ ไม่ได้เป็นสื่อทุกสื่อในเมืองไทย อยากให้แยกนิดนึง แต่ตอนนี้ที่มีกระแสแบนลุงพล ไปดูในทวิตเตอร์ก็เห็นแฮชแท็กเหมือนกัน คนก็บ่นๆ อยู่ มีคนอินบ็อกมาถาม อยากให้วิเคราะห์เรื่องนี้ บอกตรงๆ ว่าถ้าเนื้อหาเกี่ยวกับลุงพล ถ้าเราไม่ชอบก็ปิดซะ ปิดทีวีไม่ต้องไปดู ตอนนี้มีสื่อให้เลือกดูเยอะ มีคอนเทนต์หลากหลาย เราเป็นคนดูเราเลือกได้ เราเข้าใจนะว่าสื่อสมัยนี้เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อเรตติ้ง เพื่อรายได้สถานี มันอยู่ที่เราเองเราเลือกดูเนื้อหาไหน คอนเทนต์ไหน ช่องไหน

 

ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

 

คดียังไม่จบ แต่กลายเป็นหยิบยกคนๆ นึงมาสร้างเรื่องราวจนกลายเป็นเซเลปไปแล้ว พี่ต๊ะเห็นด้วยมั้ย?

ต๊ะ : ถ้ามองว่าเป็นข่าว เป็นสำนักข่าว ก็ผิดหลักการทำข่าว ผิดจริยธรรมของการทำข่าว การที่เรานำเสนอข่าว เรานำเสนอเหตุการณ์ในฐานะคนสังเกตการณ์ เฝ้ามอง และรายงานข้อเท็จจริงเท่านั้น คนนำเสนอข่าวไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในข่าว หรือสร้างสตอรี่ สร้างข่าว อันนี้ก็ไม่ถูก แต่ตอนนี้ดิฉันมองว่าสื่อที่สร้างกระแสลุงพล เขาไม่ได้มองว่าเขาเป็นคนนำเสนอข่าวแล้วไง เขามองว่ากำลังสร้างคอนเทนต์ สร้างเรียลลิตี้ข่าว หรือสร้างดราม่าข่าวเพื่อแข่งขันกับละครหลังข่าว ก็เหมือนเป็นการสร้างเนื้อหา สร้างรายการทีวีสักรายการเพื่อทำให้เขามีเรตติ้ง มีรายได้ เพื่อให้คนมาดูเขา มันก็เป็นคนละแพลตฟอร์มกัน เพราะคนที่ดูทีวีเขาก็ชอบดูแบบนี้ แต่คนที่ติดแฮชแท็กแบนลุงพล คนในโซเชียลก็ไม่ใช่คนดูทีวีอยู่แล้ว ก็คิดว่าสื่อนั้นที่สร้างกระแส เอาตัวเองเข้าไปยุ่ง เอานักข่าวตัวเองไปเป็นผู้จัดการลุงพล หางานให้ลุงพล หารายได้จากลุงพล เขาก็ไม่ได้คิดหรอกว่าเขาต้องเป็นสถาบันที่ต้องรักษาจริยธรรมข่าว แต่เขาได้เรตติ้งได้รายได้ เจ้าของสถานีเขาพอใจ ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของสถานีเขาแล้ว

 

ต๊ะ นรากร ทนไม่ไหว ออกโรงซัดแรง ลุงพล หลังชีวิตพลิกผัน กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

 

คลิป