ฤดูร้อน ปี 67 มาเร็วกว่าที่คิด อุณหภูมิพุ่ง 44.5 องศาเซลเซียส

พระอาทิตย์อยู่ใกล้แค่เอือม ฤดูร้อน ปี 67 มาเร็วกว่าที่คิด อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด 44.5 องศาเซลเซียส ปีนี้ร้อนกว่าปีที่แล้ว

ฤดูร้อน ปี 67 มาเร็วกว่าที่คิด อุณหภูมิพุ่ง 44.5 องศาเซลเซียส : ลมหนาวมาได้แป๊บเดียว ไม่ทันได้ใช้เสื้อกันหนาวแบบคุ้มค่าก็ดูเหมือนว่า อากาศหนาวจะจากเราไปอีกแล้ว ซึ่งล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศคาดหมาย ฤดูร้อน ปี 67 อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด 44.5 องศาเซลเซียส ปีนี้ร้อนกว่าค่าเฉลี่ยปกติ แน่นอนว่า ปีนี้ร้อนกว่าปีที่แล้ว

 


โดย กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ การคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2567 ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2567 โดยฤดูร้อนของประเทศไทยปีนี้ คาดว่าจะเริ่มประมาณต้นสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะช้ากว่าปกติประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ และจะสิ้นสุดในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 

 

ฤดูร้อน ปี 67 มาเร็วกว่าที่คิด อุณหภูมิพุ่ง 44.5 องศาเซลเซียส

ลักษณะอากาศจะร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยอุณหภูมิสูงที่สุด 43.0 - 44.5 องศาเซลเซียส ส่วนมากช่วงตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนพฤษภาคม แต่จะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ในบางช่วง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้

 


สำหรับอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน 36.0 - 37.0 องศาเซลเซียส ซึ่งจะสูงกว่าค่าปกติ 1.0-1.5 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 35.4 องศาเซลเซียส) และจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา (ช่วงฤดูร้อนปี พ.ศ.2566 อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 35.8 องศาเซลเซียส) ส่วนปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะน้อยกว่าค่าปกติร้อยละ 30

 


อนึ่ง ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี มักจะเกิดพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตกบางแห่ง ซึ่งสภาวะดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรได้ ส่วนปริมาณฝนที่ตกนั้น มีไม่เพียงพอกับความต้องการในหลายพื้นที่ ทั้งด้านอุปโภคและบริโภค รวมทั้งด้านเกษตรกรรม โดยเฉพาะพื้นที่ที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ดังนั้นประชาชนจึงควรใช้น้ำอย่างประหยัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งเตรียมการป้องกันสภาวะดังกล่าว

ฤดูร้อน ปี 67 มาเร็วกว่าที่คิด อุณหภูมิพุ่ง 44.5 องศาเซลเซียส

บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม จะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ตอนกลางวัน กับมีหมอกหนาหลายพื้นที่ แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่จะมีกำลังอ่อน 

 


ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนเป็นระยะๆ ประกอบกับในบางช่วงจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมใต้พัดพาความชื้นจากทะเลอ่าวไทยเข้าปกคลุม ทำให้มีอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยอุณหภูมิสูงสุด 43.0 - 44.5 องศาเซลเซียส และจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในบางช่วง โดยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งอาจมีลูกเห็บตกลงในบางแห่ง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลง

 


ส่วนในช่วงกลางและปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู จะมีลักษณะอากาศแปรปรวน โดยยังคงมีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป กับมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

ฤดูร้อน ปี 67 มาเร็วกว่าที่คิด อุณหภูมิพุ่ง 44.5 องศาเซลเซียส


ภาคใต้ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงปลายเดือนเมษายน ลมตะวันออกหรือลมตะวันออกเฉียงใต้จะพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เกือบตลอดช่วง ทำให้มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 30 ของพื้นที่ คลื่นลมทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร จากนั้นจนถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง 

 


โดยเฉพาะภาคใต้เฝั่งตะวันตกจะมีฝนตกร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ กับจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง คลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกาลังแรงขึ้น บางช่วงจะมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้

 


ข้อควรระวัง อัคคีภัยและไฟป่า ในช่วงฤดูร้อนนี้ ลักษณะอากาศจะเอื้ออำนวยต่อการเกิดอัคคีภัยและไฟป่าได้ง่าย ประชาชนจึงควรต้องระมัดระวังการใช้เชื้อเพลิงในการทำกิจกรรมต่างๆ ไว้ด้วย

 


อากาศร้อนจัด ช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะมีอากาศร้อนจัดต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เกิดภัยและโรคที่มีสาเหตุมาจากอากาศร้อน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและเปราะบาง เช่น ผู้ป่วย ผู้สูงอายุและเด็ก จึงขอให้ประชาชนควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัดเป็นเวลานานๆ และหมั่นตรวจสอบดูแลคนในครอบครัวให้เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด

ฤดูร้อน ปี 67 มาเร็วกว่าที่คิด อุณหภูมิพุ่ง 44.5 องศาเซลเซียส