9 อาหารต้องเลี่ยง เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ มีอะไรบ้าง

รู้หรือไม่ 9 อาหารต้องเลี่ยง เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ มีอะไรบ้าง ปาร์ตี้ทั้งทีก็อยากสนุกให้เต็มที่ แต่การเลือกอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน มาดูกันว่า 9 อาหารที่ควรเลี่ยงมีอะไรบ้าง

9 อาหารที่ควรเลี่ยง” เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ มีอะไรบ้าง การสังสรรค์ ปาร์ตี้ หรือการเฉลิมฉลอง มักมาพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่การดื่มอย่างมีความรับผิดชอบและการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาหารบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ เช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรืออาการเมาค้างที่รุนแรง ในบทความนี้ เราจะมาเปิดเผย 9 อาหารที่คุณควรหลีกเลี่ยงเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้คุณสามารถสนุกกับปาร์ตี้ได้อย่างเต็มที่ พร้อมรักษาสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆ กัน

9 อาหารต้องเลี่ยง เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ มีอะไรบ้าง 9 อาหารต้องเลี่ยง เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ มีอะไรบ้าง

ทำไมการเลือกอาหารจึงสำคัญเมื่อดื่มแอลกอฮอล์?

แอลกอฮอล์ จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก อาหารในกระเพาะอาหารจะช่วยชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์ ทำให้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเพิ่มขึ้นช้าลง แต่ไม่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะให้ผลดี อาหารบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดอาการไม่สบายตัวหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

9 อาหารต้องเลี่ยง เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ มีอะไรบ้าง 9 อาหารต้องเลี่ยง เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ มีอะไรบ้าง

9 อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อดื่มแอลกอฮอล์

อาหารรสจัด/เผ็ด: อาหารรสเผ็ดจะกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เมื่อทานคู่กับแอลกอฮอล์ที่ก็มีฤทธิ์ระคายเคืองอยู่แล้ว จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการแสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อย และปวดท้องได้

อาหารทอด/มัน: อาหารที่มีไขมันสูงจะใช้เวลาย่อยนาน ทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น เมื่อทานคู่กับแอลกอฮอล์ที่ชะลอการทำงานของกระเพาะอาหารอยู่แล้ว จะยิ่งทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด และคลื่นไส้ได้

ขนมขบเคี้ยวรสเค็ม: ขนมขบเคี้ยวรสเค็ม เช่น มันฝรั่งทอด ขนมอบกรอบ จะมีปริมาณโซเดียมสูง โซเดียมจะดึงน้ำออกจากเซลล์ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการเมาค้าง การดื่มแอลกอฮอล์ก็มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอยู่แล้ว การทานอาหารเค็มจะยิ่งทำให้อาการขาดน้ำรุนแรงขึ้น

ช็อกโกแลต: ช็อกโกแลตมีสารทีโอโบรมีน (Theobromine) ซึ่งอาจกระตุ้นอาการแสบร้อนกลางอกเมื่อทานคู่กับแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ช็อกโกแลตยังมีคาเฟอีน ซึ่งอาจส่งผลต่อการนอนหลับ

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน: การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง จะทำให้ร่างกายได้รับสารกระตุ้นมากเกินไป อาจทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ วิตกกังวล และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ

ผลไม้รสเปรี้ยวจัด: ผลไม้รสเปรี้ยวจัด เช่น ส้ม มะนาว จะกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เช่นเดียวกับอาหารรสเผ็ด เมื่อทานคู่กับแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอกและอาหารไม่ย่อย

อาหารที่มีแก๊สมาก: อาหารบางชนิด เช่น น้ำอัดลม ถั่วบางชนิด จะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง และไม่สบายท้อง เมื่อทานคู่กับแอลกอฮอล์ อาจทำให้อาการแย่ลง

อาหารที่มีน้ำตาลสูง: การทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงร่วมกับแอลกอฮอล์ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ เกิดอาการวูบ หรืออ่อนเพลียได้ นอกจากนี้ แอลกอฮอล์และน้ำตาลให้พลังงานสูง การทานคู่กันอาจทำให้ได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น

พิซซ่า: พิซซ่ามักมีส่วนผสมของมะเขือเทศ ซึ่งมีความเป็นกรดสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนเมื่อทานคู่กับแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ พิซซ่ายังมีส่วนประกอบของชีสและแป้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อยได้

 

 

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ควรทานอาหารที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสมก่อนหรือขณะดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Thailand Web Stat