- 19 ม.ค. 2564
จะว่าสถานการณ์โควิด 19 ในบ้านเราดีขึ้นก็ไม่เชิงเนื่องจากที่ก่อนหน้านี้ ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 ยังรายงานตัวเลขที่ยังสูงอยู่หลักร้อยในทุกๆ วัน ซึ่งหนึ่งในเคสที่น่าเป็นห่วงประจำวันนี้คือ หญิงราชบุรี ที่มีประวัติยังคงเดินทางไปทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสี่ยงสูงถึง 12 ราย
จะว่าสถานการณ์โควิด 19 ในบ้านเราดีขึ้นก็ไม่เชิงเนื่องจากที่ก่อนหน้านี้ ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 ยังรายงานตัวเลขที่ยังสูงอยู่หลักร้อยในทุกๆ วัน ซึ่งหนึ่งในเคสที่น่าเป็นห่วงประจำวันนี้คือ หญิงราชบุรี ที่มีประวัติยังคงเดินทางไปทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสี่ยงสูงถึง 12 ราย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศบค.ได้เผยถึงความคืบหน้าในการประชุมเรื่องของการค้นหาเชิงรุกในจังหวัดสมุทรสาครว่า ทาง สธ.ได้บอกไปยังทีมสอบสวนโรคว่า ต้องเข้าไปตรวจ 50 คน ต่อโรงงาน ซึ่งวันหนึ่งต้องทำให้ได้ 600 โรงงานภายในจังหวัดสมุทรสาคร และตอนนี้ต้องเร่งเข้าไปตรวจ
สำหรับแผนที่ของจังหวัดสมุทรสาคร มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะมีโรงงานอยู่จำนวนมาก อุปสรรคในการเข้าตรวจ มีอุปสรรคคือการต้องใช้ ทีมงานจำนวนมาก ซึ่งก็มีหลายทีมเข้ามาช่วยเหลือกันจากทางภาครัฐ ของกระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ยังได้เผยจุดที่น่าเป็นห่วงอีก 3 จุดคือ จุดที่ 1 สมุทรสาคร กล่าวคือทำอย่างไรจะให้เจอผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด ใน 10,000 กว่าโรงงาน และจะต้องเอามารายงานให้เห็นภาพ เพื่อจะได้ร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อดึงเอาผู้ป่วยที่รอการรักษาแยกออกมาให้ได้
ต่อมาเป็นจุดที่ 2 ซึ่งก็คือ กรุงเทพมหานคร เพราะถึงแม้จะเป็นตัวเลขหลักหน่วย แต่เนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกันมากถึงแม้ไม่ใหญ่ แต่มีประชากรจำนวนมาก และเข้าไปสู่ระบบของการติดต่อกันในครอบครัว ดังนั้นระบบการค้นหาเชิงรุกใน กทม.ต้องมีการออกแบบให้ดี
และสุดท้ายจุดที่ 3 เพื่อนบ้านเรา นอกจากประเทศเมียนมาแล้ว คือประเทศมาเลเซียเพราะเขาติดเชื้อจำนวนสูงมากในขณะนี้ ซึ่งต้องนำประสบการณ์จากประเทศเพื่อนบ้านเรามาใช้กับประเทศเราด้วย ถ้าภาครัฐเข้มแข็ง ประชาชนช่วยกันเราชนะแน่ แม้วัคซีนมาเดือนหน้า หรือ ปีหน้า เราก็ไม่สามารถทราบได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผมภาคภูมิใจความร่วมมือของพี่น้องประชาชน