โควิด-19 ไทยจะถึงพีคหรือจะลากยาว บทเรียนจากอเมริกา และจีน

วัคซีนไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด ที่ทำให้การระบาดในจีนและอเมริกาแตกต่างกันมากขนาดนี้ ความแตกต่างจึงอยู่ที่ มาตรการอื่น ๆ นอกเหนือจากวัคซีน


   สถานการณ์เชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ในวันที่  21ส.ค.64พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก 20,571 ราย ซึ่งจะแยกเป็นผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 17,574 ราย ผู้ป่วยการค้นหาเชิงรุก 2,748 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 235 ราย ผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 14 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 1,030,281 ราย (สะสมระลอกใหม่ 1,001,418 ราย) หายป่วยเพิ่ม 23,159 ราย หายป่วยสะสม 819,183 ราย (หายป่วยสะสมระลอกใหม่ 791,538 ราย) ยังรักษาอยู่รวม 202,230 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่ม 261 คน สะสมแล้ว 9,087 คน (เสียชีวิตสะสมระลอกใหม่ 8,993 คน)

โค้ดส่วนลดลาซาด้า
 

 

โควิด-19

โดยทาง ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ได้พูดถึงเรื่องของ โควิด-19 ไทยจะถึงพีคหรือจะลากยาว บทเรียนจากอเมริกา และจีน

เมื่อคืนนี้ดูทีวี หมออาวุโสด้านโรคติดเชื้อท่านหนึ่ง บอกว่า โควิด-19 ไทยมีแนวโน้มว่าจะถึงพีค ถ้า …

ขณะที่หมออาวุโสโรคปอดท่านหนึ่ง บอกว่า สถานการณ์จะแย่ลงอีกถ้า …

ผมจึงเข้าไปดูสถานการณ์โควิด-19 ของอเมริกา และจีน วันที่ 18 สิงหาคม แล้วมาคิดต่อว่า ไทยเราน่าจะไปทางไหน ที่เลือกอเมริกากับจีน เพราะมีสถิติการฉีดวัคซีน (อาวุธสำคัญที่สุดในการควบคุมการระบาด) ที่ใกล้เคียงกัน อเมริกาฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 50.9% จีน 55.9% ของประชากร

อัตราการได้รับวัคซีนต่อประชากร 100 คนใกล้เคียงกัน คือ อเมริกา 55.9 จีน 67 ความแตกต่างคืออเมริกาใช้วัคซีน mRNA ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ ส่วนจีนใช้เทคโนโลยีเก่าที่ทำจากเชื้อไวรัสที่ตายแล้ว

โควิด-19

ทีนี้มาดูตัวเลขผู้ป่วยใหม่วันที่ 18 สิงหาคม จีน 42 ราย อเมริกา 137,307 ราย ขณะที่จีน ไม่มีคนตาย ส่วนอเมริกาตาย 873 ราย ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่ และที่ตายของอเมริกา ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

จะเห็นว่า จีนกับอเมริกา มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ กับ จำนวนคนที่ตายจากโควิด-19 แตกต่างกันมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่อัตราการฉีดวัคซีนใกล้เคียงกัน
 


คำถามคือ อะไรคือความแตกต่าง 

ผมคิดว่าน่าจะสรุปได้ว่า วัคซีนไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด ที่ทำให้การระบาดในจีนและอเมริกาแตกต่างกันมากขนาดนี้
ความแตกต่างจึงอยู่ที่ มาตรการอื่น ๆ นอกเหนือจากวัคซีน ตั้งแต่การจัดการระบบการตรวจคัดกรอง แยกผู้ติดเชื้อรายใหม่ การจัดและปฏิบัติตามระเบียบสังคม การปฏิบัติตามล็อคดาวน์ วินัยของประชาชนในการรักษาระยะห่าง การใส่หน้ากากอนามัย ฯลฯ ซึ่งประชาชนต้องมีวินัยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการระบาดและป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด

หันมาดูประเทศไทย ด้านวัคซีน เราฉีดได้ครบ 2 เข็ม เพียง 7.5% ของประชากร แสดงว่าเรายังมีประชากรที่พร้อมจะติดเชื้อ ป่วยและตายจากโควิด 19 เป็นจำนวนมาก ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ที่อยู่ที่วันละ 2 หมื่นกว่าคนต่อเนื่องมาหลายอาทิตย์ แสดงว่ามาตรการอื่นในการควบคุมการระบาดนอกเหนือจากการฉีดวัคซีน เราก็ทำได้ไม่ดี

โควิด-19

ความเห็นของผม โควิด-19 ของประเทศไทย จะพีคเมื่อไหร่ เป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญจะว่ากันไป

แต่สิ่งที่เห็นคือสังคมโดยรวม จะให้ความสนใจกับเรื่องวัคซีนเป็นหลัก ทั้งที่ถ้าดูอัตราจำนวนวัคซีนที่คนไทยได้รับการฉีดไปแล้ว และจำนวนวัคซีนที่จะได้รับในอนาคต เรายังมีปัญหาของระบบ ความมีวินัยของคนไทย และมาตรการอื่น ๆ หากจะทำให้การระบาดของโควิด-19 ในประเทศลดลง นอกจากเราต้องได้วัคซีนมากและเร็วกว่านี้แล้ว ภาครัฐต้องปิดจุดอ่อนด้านการบริหารจัดการมาตรการอื่น ๆ

ที่สำคัญประชาชนทุกคนต้องให้ความสำคัญกับมาตรการทางสังคมที่จะส่งผลต่อการควบคุมการระบาด นั่นคือ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ไม่ทำลายสุขภาพด้วยการ กินเหล้า สูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ออกกำลังกายทุกวัน ทานอาหารครบหมู่ และรักษาระเบียบวินัยในการป้องกันโควิด-19 อย่างจริงจัง ซึ่งทุกวันนี้เรื่องใส่หน้ากากส่วนใหญ่ยังเห็นใส่กันอยู่ แต่เรื่องรักษาระยะห่าง ผมเห็นว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจกันเท่าที่ควร ส่วนเรื่องการล้างมือผมไม่มีข้อมูล

โควิด-19

มิฉะนั้นแล้ว ถึงแม้เที่ยวนี้เราจะกดพีคลงมาได้ เราก็ยังมีความเสี่ยงมากที่จะเกิดการระบาดระลอกใหม่ต่อไป จนกว่าคนไทยเกือบทุกคนจะมีภูมิคุ้มกันโควิด-19 จากการฉีดวัคซีนหรือจากการติดเชื้อตามธรรมชาติ

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ
19 สิงหาคม 2564

ลาซาด้าแจกคูปองส่วนลด