- 11 มิ.ย. 2562
ก้าวแรกอย่างเป็นทางการของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 สมัยที่2 ภายหลังจากพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ก้าวแรกอย่างเป็นทางการของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 สมัยที่2 ภายหลังจากพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ก้าวต่อไปเดินหน้าโผ หน้าตาครม.ใหม่ ที่คาดว่าจะใกล้ได้ข้อสรุปในเวลาอันใกล้นี้ แต่ทว่าเกมต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรียังห้ำหั่นกันต่อไปไม่จบสิ้น แม้จะได้ตัวประธานสภา นายกรัฐมนตรีไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม ทั้งจากท่าทีพรรคร่วมรัฐบาล ดึงเชิง ต่อรองตำแหน่ง ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคแกนหลัก อย่าง “พลังประชารัฐ” ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้า กลายเป็นตัวปัญหาเสียเอง
ความวุ่นวายที่เกิดส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ มาจากการขยับของกลุ่มส.ส. ภายใต้ปีก “สามมิตร” ที่นำขบวนโดย “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ที่ยังคงอารมณ์ ผิดหวังจากกระทรวงเกษตรฯ ส่งสัญญาณเรียกร้องกดดันไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ เขย่าเสถียรภาพรัฐบาลอยู่เป็นระยะๆ
ทังนี้ที่ผ่านกระแสการเจรจาของพรรคพลังประชารัฐเกิดขึ้น 2 กระแสขนานกัน ในช่วงแรกภายหลังการเลือกตั้ง เกิดข่าวการเจรจาที่มาจาก“สายตรง” บุคคลที่ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ ส่งให้ไปเจรจา กับพรรคประชาธิปัตย์-พรรคภูมิใจไทย โดยได้ข้อสรุปดีลว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ 8 ตำแหน่ง รองนายกฯ ,3 รัฐมนตรีว่าการ (พาณิชย์, เกษตรและสหกรณ์ และการพัฒนาสังคมฯ ) และ 4 รัฐมนตรีช่วยว่าการ ส่วนภูมิใจไทยได้8ตำแหน่ง รองนายกฯ , 3 รัฐมนตรีว่าการ ( คมนาคม, สาธารณสุข และท่องเที่ยวและกีฬา )และ 4รัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งการเจรจาในครั้งนี้แม้จะไม่ปรากฏชื่อของผู้เจารจา หรือ เป็น “ตัวละครลับ” แต่การเจรจาก็ลุล่วง ประสบความสําเร็จ จนนำผ่านมาสู่การโหวตประธานสภา
ต่อมาเข้าสู่ช่วงการโหวตนายกฯ เกิดกระแสข่าวปล่อยจากผู้บริหารพรรค-สามมิตร เจรจาทับซ้อน บุกทวงคืนกระทรวงเกษตรฯจากพรรคประชาธิปัตย์ จึงทำให้ดีลรอบแรกมีแววส่อล้มไม่เป็นท่า ทำให้การตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประธิปัตย์ ยื้ดเยื้อออกไป จนทำให้ สายตรงพล.อ.ประยุทธ์ออกมายืนยันตามดีลเดิม ซึ่งก่อนการโหวตเลือกนายกฯเพียงหนึ่งวัน กลุ่มสามมิตร ก็ไม่หยุดเคลื่อนไหว จับกลุ่ม 30 ส.ส. ตั้งโต๊ะ กดดันพล.อ.ประยุทธ์ เปรยถึงนโยบายทางการเกษตรอย่างมีเป็นนัยยะ ระบุ “ทางพรรคเองต้องมีกระทรวงที่ตอบสนองกับนโยบายการหาเสียง หากพรรคไม่เก็บกระทรวงสำคัญๆ ไว้เลย การเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส.ของเราจะไม่มีที่ยืน”
แต่ใช่ว่าหลังจากโหวตนายกฯ ทุกอย่างจะยุติ ปรากฏคลื่นใต้น้ำพรรคพลังประชารัฐจะหยุดการเคลื่อนไหว มีการปล่อยข่าวอย่างต่อเนื่องเตรียมลื้อโควต้า จัดสรรโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีกันใหม่ เกิดการปะทะคารมณ์ อย่างดุเดือด ระหว่าง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับนายธนกร วังคงบุญชนะ โฆษกพรรค ภายใต้ปีกสามมิตร จนหลายคนมองว่า..นี่หรือ..คือท่าที ไมตรีของพรรคที่จะรวมกันจัดตั้งรัฐบาล
อย่างไรก็ตามสิ่งจับตาต่อไปหลังจากนี้คือการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อเสถียรภาพและเอกภาพ ในการบริหารราชการแผ่นดิน หากยอมให้สามมิตร มีอำนาจต่อรอง เขย่าขวัญสร้างความวุ่นวายทางการเมืองเช่นนี้ต่อไป ก็คงไม่ต่างกับการนั่งเก้าอี้นายกฯที่มีระเบิดเวลา ชื่อ “สามมิตร”